Crazy Blah Blah
Let’s Talkin Blah Blah Blah … ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ///////////////////////////////////////Archive for สิงหาคม, 2007
ซัพพลายเออร์ปากหมา กับลูกค้าโรคจิต
ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา
เป็นสองอาทิตย์ที่ยุ่งที่สุดในรอบปีนี้เลยครับ
งานเยอะก็ปัญหาเยอะ ทั้งกับตัวงาน
และกับคนประสานงานหรือลูกค้านั่นเอง
ในการทำธุรกิจเนี่ย ในความคิดผม
เราวางตัวกำหนดบทบาทกับลูกค้าได้หลักๆ
3 แบบ
แบบแรกได้ยินบ่อยๆ ลูกค้าคือพระเจ้า
ลูกค้าถูกเสมอ ลูกค้าสั่งไรมา ได้หมด
อาจจะคิดแทนลูกค้านิดหน่อย
แต่หลักๆ รอลูกค้าสั่ง การทำงานแบบนี้
อาจต้องทำงานในสภาวะที่กดดันบ่อยๆ
เพราะลูกค้ามักจะสั่งอะไรแบบฉุกละหุก
เร่งด่วน และเราจะต้องทำให้ได้ ไม่มีปากเสียง
ประหนึ่งลูกค้าเป็นเจ้านายเราอีกคนเลยทีเดียว
แบบที่สอง งานคือเงิน
ขยับตัวแต่ละที มีค่าใช้จ่าย
อันนี้อาจพบมากในพวกที่เก๋ามากทั้งชัวโมงบิน
และฝีมือ ในส่วนนี้อาจมีลักษณะที่จุกจิกใน
การเจรจาต่อรองบ่อยๆ ไม่คล่องตัวนัก
แต่รายได้ดีมาก
สุดท้าย ในความคิดผม
เป็นแนวคิดที่ผมพยายามยึดถือมากว่า 4 ปี
ผมไม่ได้บอกว่าวิธีอื่นไม่ดีนะ แค่วิธีคิดต่างกัน
แต่ละอันก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป
ผมทำงานแบบมอง “ลูกค้าเป็นเพื่อน” ครับ
ระยะหลัง ผมเห็นหลายคนใช้แนวทางนี้เยอะนะ
จุดเด่นคือ ให้คำปรึกษา ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
คุยกันแบบง่ายๆ ทำงานอย่างสบายใจ
ธุรกิจโตไปด้วยกัน …
อาจฟังดูดีครับ ลูกค้าเป็นเพ่ือน
แนวคิดนี้ ไม่ใช่ไม่มีข้อด้อยนะครับ
บางครั้งเราอาจต้องให้คำปรึกษา ยอมอดนอน
ทำนู่นทำนี่เพ่ิมจากที่ตกลงกันไว้
เก็บเงินเพิ่มได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
เพื่อ “ช่วยเพื่อน” ให้ผ่านงานนั้นๆไปได้
ผมนี่เจอประจำ ถึงโดยมากจะตอบสนองให้
แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ยอมหรอกนะ
หลายครั้งที่ลูกค้าผลักภาระมาโดยไม่มีเหตุผล
ไม่มีปรึกษา อยากได้ท่าเดียว
“เพื่อนในคราบซัพพลายเออร์” อย่างผม
ก็มีปากมีเสียงกันเลยล่ะ ต้องว่าก็ว่า ต้องวีนก็วีน
พูดตรงๆ ว่าตรงๆ ถึงจะสุภาพกว่าคุยกับเพื่อนๆ
ธรรมดา แต่บางครั้งก็จัดได้ว่า “ปากหมา”
ประมาณนึงเลย
มีลูกค้าหลายรายเหมือนกันนะ
ที่ตอนดิวงานกัน ก็โวยวายไปมา แรงมาก็แรงไป
หาทางออกร่วมกันอย่างมีอารมณ์กันทั้งคู่
และในหลายครั้งก็จำใจจบลงอย่างเสียไม่ได้
แต่รู้อะไรมั้ยครับ
ลูกค้าพวกนี้ ลองได้วิวาทะกันทีนึงนะ
ครั้งต่อๆมา เรากลายเป็นเพื่อนสนิทกันเลยล่ะ
บางวันโทรมาแต่เช้าตรู่ 10 โมง !! (นี่ล่ะเช้าผม ฮาา)
“อีก้อง พรุ่งนี้บ่ายเข้ามารับงานด้วย” !!!
บางทีให้ไม่ได้อย่างต้องการ ก็แสดงออก
ผ่านน้ำเสียง “จิกกัด” เต็มที่ว่า …
“ไอ้อ้วนนี่ไม่ได้เรื่องเลย” <– กรูอ้วนตรงไหนวะเนี่ย
ไอ้เพื่อนสนิทพวกนี้ รู้ทั้งรู้ว่าเราไม่ยอมตาม
อย่างง่ายดาย ก็มักจะกลับมาให้เราด่า ว่า วีนใส่
อีกหลายๆครั้ง
คุณว่า ลูกค้าผม โรคจิตมั้ยครับ
เธอเห็นไหม นั่นไงหมี
เด๋วนี้การจะทำธุรกิจประเภทขาย “ของ” ให้รอด
ต้องเอาความ “ไม่ธรรมดา” มาขายกันครับ
อาจเป็นที่ตัวสินค้า การบริการ
กระทั่งบุคลิกภาพและอัธยาศัยของพนักงาน และอื่นๆ
ธุรกิจที่คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า
อย่างร้านกาแฟและเบเกอรี่ก็เหมือนกันนะ
ต้องสร้างความไม่ธรรมดาที่ว่า ขึ้นมาให้ได้
เพื่อให้ลูกค้าประทับใจ จดจำร้านได้
และมาใช้บริการซ้ำ
เมื่อกาแฟรสดีๆ เบเกอรี่อร่อยๆ เก้าอี้นุ่มๆ
แอร์เย็นๆ เปิดเพลงคลอเบาๆ บรรยากาศสบายๆ
บริการแบบกันเองๆ กลายเป็นสิ่ง “ธรรมดาๆ”
ที่พบเห็นได้ในแทบทุกร้าน
แล้วจะทำไงให้แตกต่างได้ละนั่น
เมื่อคำถามว่า ร้านกาแฟไหนน่าสนใจ
สร้างคำตอบได้มากกว่า 1
ที่ร้าน BEAR k e r y (แบร์เกอรี่) จึงเลือก
ที่จะแตกต่างที่ภาพลักษณ์ครับ
สินค้าในร้านเกือบทั้งหมด ทำออกมาในรูปหมี
ตามชื่อร้าน ดูดีไม่ใช่เล่น ทั้งขนมปัง
ขนมเค๊กต่างๆ ไปจนถึงคุ้กกี้
(ที่ดูดีๆ คล้ายมิคกี้เหมือนกันแฮะ ฮาา )
เรื่องรสชาด ก็อร่อยดี ไม่หวานมาก
เค้าว่า ของเค้าใช้ส่วนผสม LowFat ครับ
ขนมเค้กอย่างบราวนี่หรือท๊อฟฟี่เค้ก
ถ้าทานที่ร้าน ก็จะเสริฟแบบอุ่นๆ ดูน่ากิน
เครื่องดื่ม นอกจากกาแฟแล้ว ก็ยังมี น้ำผลไม้
และ ชาหลากรส ทั้งชาแอปเปิ้ล ชาแตงโม
ชาเมลอน และอีกเพียบ ไปลองชิมดูละกัน
กินแล้ว สดชื่นมากกกกกกก ขอบอก ขอบอก
บรรยากาศในร้านก็นั่งสบายตามสมัยนิยม
แต่งร้านแบบดูดีมีสไตล์ น่ารักๆ
นอกจากนี้ยังมี ของที่ระลึกรูปหมี ตุ๊กตา
พวงกุญแจ และอีกมาก รอให้ไปดูกัน
อ่ะโฆษณาให้แบบฟรีๆ
ร้าน “BEAR k e r y” อร่อยดี มี 2สาขา
พัฒนาการ 30 และ สยามสแควร์ซอย 5
สะดวกที่ไหนไปที่นั่น
เครื่องดื่มอร่อย บรรยากาศดี
แถมขนมร้านนี้ “หมีเห็นๆ”






สนามรบ สนามการค้า
ในสมัย นายกชาติชาย มีนโยบาย
เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า
แต่ในความคิดผม สนามการค้า
มันก็คือ “สนามรบ” เหมือนกันนั่นแหละ
การงานของผม ที่บ่นผ่านบล็อคหลายครั้ง
ว่ายุ่งนักยุ่งหนา เกิดจาก 2 บทบาทหลักๆครับ
หนึ่งคือ เป็นนักออกแบบตัวเล็กๆของแวดวงนี้
ที่ถูกสั่งสอนให้พยายามสร้างความแตกต่าง
ระหว่าง Graphic Designer กับ
พนักงานคอมพิวเตอร์ตามร้านรับพิมพ์งานทั่วไป
( ผู้สอนผมใช้คำว่า”เด็กร้านป้าย” )
ในตอนนี้ ถ้าให้ประเมินตัวเอง คงบอกได้ว่า
ดีกว่า เด็กร้านป้าย แต่ยังไกล จาก Designer มือโปร
แต่อย่างไรเสีย ก็คงพยายามกันต่อไป
อีกบทบาทหนึ่งที่ผลักดันให้ผมต้อง “ออกรบ”
อยู่หลายครั้ง คือ การเป็นพ่อค้าครับ
ผมรับผลิตงานพิมพ์ ในลักษณะของการดำเนินงาน
แบบ Printing Agent อธิบายให้เห็นภาพก็เป็นธุรกิจ
“ผู้รับเหมา”นั่นล่ะ รับงานมา แล้วควบคุมงาน
ให้ได้คุณภาพตามต้องการ ในเวลาที่กำหนด
ลูกค้าของผม มีทั้งผู้ประกอบการรายเล็ก ถึงเล็กที่สุด
ไปจนถึง ขนาดใหญ่มาก ระดับ มหาชน เลยนะ
ขั้นตอนที่ผมบอกว่าเหมือนต้องออกรบ คือขั้นตอน
เสนอราคา และเจรจาต่อรอง ครับ
เมื่อลูกค้าติดต่อเราเพื่อแจ้งรายละเอียดงาน
ที่จะให้เราเสนอราคา หลังจากนั้นไม่นาน
สงครามก็อุบัติขึ้น
บางครั้งแต่งทัพไปชนกับข้าศึกอ่อนวัย ผ่านศึกมา
ไม่มาก หรือเป็นคหบดีผู้มั่งคั่ง รักสงบ
ซื้อความสบาย อันนี้ก็พอสู้ไหว ไม่ยาก
แต่บางครั้ง ต้องไปสู้รบกับแม่ทัพนายกองฝ่ายตรงข้าม
ที่มีชั้นเชิง มีประสบการณ์ ชำนาญศึกสุดๆ …
หลายครั้ง เมื่อสงครามยุติ แม้จะไม่เคย
เสียเลือดเสียเนื้อขนาดขาดทุนย่อยยับ
แต่ก็เสียขวัญ กำลังใจ (และกำไร )
ไปไม่น้อยเลยทีเดียว
นี่ยังไม่นับรวมกับในบางสมรภูมิรบ
ที่ต้องต่อสู้กับบริษัทอื่นๆ ที่เข้าต่อสู้ เพื่อหมายจะ
“ปักธง” พิชิตชัย ในสงครามครั้งนี้อีกนะ
งานนี้ พิชัยยุทธ์ซุนหวู่ ถูกหยิบยกขึ้นใช้ในทันที
“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่เพลี่ยงพล้ำ”
หลังการประเมินสรรพกำลังแล้ว บางศึกก็เข้าตี
อย่างหนัก บางศึกล่าถอยแต่โดยดี
แล้ว “ไส้ศึก” “เครื่องบรรณาการ”
“ผู้มีอิทธิพลนอกสงคราม” ล่ะ ???
เป็นธรรมดาครับ เจอมาแล้วทั้งนั้น
อ่านถึงบรรทัดนี้หลายคนคงอยากรู้ ยุทธวิธี
ที่ผมใช้ เอาตัวรอด จากสนามการค้า แห่งนี้
เอ่อ … ถ้าผมเล่าซะตรงนี้ ศึกหน้า คงปราชัย
เพราะเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้าม “รู้เรา” เป็นแน่แท้
อ่านมายืดยาว เห็นด้วยบ้างมั๊ยล่ะ
ว่า สนามการค้า คือ สนามรบ จริงๆ
WE MAKE A HITZ! ชีวิตหลังพวงมาลัย
เราขับรถมา 10 ปีแล้วล่ะ เป็นสิบปีที่เจออะไร
มาเยอะเหมือนกัน เริ่มจากเบสิคเลย ..
ขับรถเบียดประตูบ้าน ชนถังขยะ
ปะทะ(เบาๆ)กับวอลโว่ เครื่องโอเวอร์ฮีต
หม้อน้ำแห้ง ยางหลังระเบิด
เสยเกาะกลาง(ส่วนบังคับกลับรถ)
รถสะพัด ฟาดขอบทางด่วน ………….
แต่โชคดี + คุณพระคุ้มครอง ไม่เคยเจออุบัติเหตุ
ที่ทำให้เสียเลือดเสียเนื้อ มีแต่ต้องเสียตังค์
ผลที่ตามมา เห็นชัดๆคือ
จากเคยขับรถ 140 -160 ก็ลดลงเหลือ 90 – 130
แบบไม่ต้องมีใครขอร้องเลยอ่ะ
เราใช้รถเหมือนๆกับคนทั่วๆไปส่วนใหญ่
หลักๆเน้นขับไปติดต่องาน การใช้ชีวิตบนรถ
หลายๆชั่วโมง ดูจะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับ
เราไปซะแล้วล่ะ ฟังเพลง กินหนม เล่นๆ ในบางครั้ง
(แต่กินจริงจังบ่อยกว่า ฮาา ) บางทีรถติดมากๆ
อ่านการ์ตูนก็เคยนะ อ่านจบเล่มยังไม่ไปไหนก็มี
เรื่องรถติดนี่จี๊ดมาก … สิบปีไม่มีเปลี่ยน …
แทบทุกครั้งที่เรารีบ เรามักจะได้เจอผู้คนที่มี
อุดมการณ์เดียวกันบนท้องถนน
“จะต้องรีบไปให้เร็วที่สุด” แต่สุดท้ายก็
“เคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง”กันแถวนั้น ถ้วนหน้า
แต่ก่อนหัวเสียสุดๆ หงุดหงิด เด๋วนี้ก็ยังเป็นอยู่บ้าง
บางครั้ง แต่ถ้าเรามองให้ดีนะ บ้านนี้เมืองนี้
มันจะมีอะไร ฮิตมาก ฮิตนาน ฮิตอมตะนิรันดร์กาล
นานพอกับ ป้าเบิร์ด อีกล่ะ มีไม่กี่อย่างหรอก
แต่ที่แน่ๆ “รถติด” ฮิตอันดับต้นๆชัวร์
น่าดีใจมั้ยล่ะ ที่เรามีส่วนร่วมสร้างปรากฏการณ์ฮิตๆ
ร่วมกันตลอดสิบปีที่ผ่านมา
แล้วเจอกัน แยกนี้ ไฟแดงนั้น เหมือนเคย


