Crazy Blah Blah
Let’s Talkin Blah Blah Blah … ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ///////////////////////////////////////Archive for ตุลาคม, 2007
ปลา บาร์ เกาะ
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไป
ร่วมงานบุญครับ เป็นงานปล่อยปลาครับ
ที่วัดเฉลิมพระเกียรติ นนทบุรี
งานวันนี้จัดโดยพระจากไต้หวันครับ
เป็นพิธีที่ผมไม่คุ้นเคยเท่าไรห่ ทั้งบทสวดมนต์
หรือพิธีการ แต่ก็เป็นงานบุญครับ
ปลาที่นำมาปล่อย ผู้จัดไปจัดหาปลา จากแหล่งที่จะ
นำปลาเหล่านี้มาทำให้ตายเพื่อขายตามตลาด
เป็นการบิณฑบาตรชีวิตปลา
จำนวนปลาที่ปล่อยไปในครั้งนี้ได้ยินว่า
ราว 40 กิโลกรัมเลยทีเดียว … สาธุ
เสร็จธุระช่วงเช้า เวลาเพิ่งสายๆเท่านั้นเอง
เลยมองหากิจกรรมอะไรทำร่วมกันในครอบครัว
เกาะเกร็ด เป็นจุดหมายต่อไปครับ
สำหรับการไปเกาะเกร็ดต้องนั่งเรือข้ามฟาก
จากวัดกลางเกร็ดข้ามไปยังวัดปรมัยฯ
ค่าโดยสารคนละ 2 บาท
ไปถึงก็กราบพระ ทำบุญซะก่อนเลย จากนั้นก็
เดินเข้ามาเรื่อยๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยของขาย
ทั้งของกินของใช้ ทั้ง ไอศกรีมกระทิ
ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม
ดอกไม้ทอด ทอดมันหน่อกะลา
(ใช้หน่อกะลา ใส่แทนถั่วฝักยาว)
จานชาม เทียนหอม แล้วก็ฝอยทอง ทองหยิบ
เดินไปซักพักก็เหลือบไปเห็นร้านแปลกตา
บรรยากาศเย็นๆ น่านั่ง เป็นร้านสไตล์คันทรี่
เปิดเพลงคันทรี่ สลับกับแนวคลาสสิค
ฟังกันไปเพลินๆ ในร้านมีศิลปะดินเผาเขียนไว้ว่า
American go back America,
Peace will be
เครื่องดื่มและอาหารว่างในร้านนี้
ไม่ใช่เคื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์อย่างที่เราๆท่านๆ
คุ้นเคย แต่กลับเป็น ขนมถ้วย และเฉาก๊วย
วางเรียงราย รอผู้สนใจบนเค๊าเตอร์บาร์
สนนราคาดริ๊ง เอ้ย ถาดละ 10 บาทสำหรับขนมถ้วย
แล้วถ้วยละ 10 บาท สำหรับเฉาก๊วยเย็นๆ
ว่าแล้วก็ จัดการไปซะ อย่างละเล็กน้อย
เก็บท้องไว้ จัดการกับขนมอื่นๆที่จะพบเจอ
ระหว่างทางข้างหน้าอีก
ผมใช้เวลาอยู่บนเกาะเกร็ดราว 2 ชั่วโมง
เที่ยงเศษ ทนร้อนไม่ไหว ไปดีกว่า
นั่งเรือข้ามฟากกลับมา ท่าเดิม วัดเดิม
วัดกลางเกร็ด ที่ที่ผมจอดรถเอาไว้
อ้อ ค่าจอดรถ บำรุงวัด 30 บาทครับ
ถึงแม้จะมีความคิดทางการค้ามากไปนิด
แต่ที่นี่ เกราะเกร็ด ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ที่เราจะได้กลิ่นอายแห่งวิถีชาวบ้าน
ความเป็นอยู่ สถาปัตยกรรมโบราณ
อย่างวัดมอญ หรือบ้านเรือนของคนในถิ่นั้น
ไม่รู็จะบรรยายอย่างไร
ลองหาเวลาว่างๆ ห่างหายจากแสงสีในย่านธุรกิจ
ใจกลางเมือง ที่ทันสมัย และสะดวกสบาย
และ … ลองไปกันดูครับ … แหล่ม !!!





ไม่รู้จักรถ ไม่รู้จักเรือ
เดือนตุลาคม คืนหนึ่งในกรุงเทพ
ราว สองทุ่มเศษ ผมได้รับข่าวจากน้องสาว
โทรมาแจ้งให้ทราบว่า ที่บ้าน ฝนตกหนักมาก
ซอยที่ใช้เป็นเส้นทางหลักในการเข้าบ้าน
มีน้ำท่วมสูงกว่าฟุตบาท อืมม ….
ผมเริ่มคิด …คืนนี้ จะขับรถเข้าบ้านทางไหนดี
ผมขับรถกลับบ้าน โดยใช้ทางด่วน
จากด่านเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าสู่บางนา
โดยปกติแล้ว ผมจะเลือกลงที่ด่าน สุขุมวิท 62
แต่คืนนี้ ถ้าถนนเข้าบ้านท่วม สุขุมวิทแถวๆบ้าน
น่าจะท่วมด้วยแน่ๆ ผมจึงตัดสินใจขับรถต่อไป
เพื่อลงด่านบางนา โดยวางแผนไว้ว่า จะเลี้ยวรถ
เข้าสุขุมวิท 103 เพื่อเข้าซอยบ้านทางด้านหลัง
ซึ่งเป็นถนนทำไหม่ ที่มีความสูงกว่าถนนหลัก
คิดต่ออีกนิด … ถ้าเจอน้ำท่วมสูงมาก ก็จอดรถ
ไว้แถวๆนั้น ซึ่งใกล้ซอยบ้านพอสมควร
และเดินลุยน้ำเข้าบ้าน
แล้วรุ่งเช้า เมื่อระดับน้ำลดลง จึงไปขับเข้าบ้าน
โอเค ทั้งเส้นทาง และแผนสำรอง พร้อม
ผมจึงขับไปตามเส้นทาง บางนามุ่งหน้าพระโขนง
ผมก็เจอสิ่งที่ไม่คาดคิดอย่างที่หนึ่ง
น้ำท่วมถนนสุขุมวิท ทันทีที่สุดเขตทางด่วน !!
น้ำท่วมในความสูงประมาณ เกือบครึ่งหน้าแข้ง
แต่นั่นยังไม่ใช่ปัญหา เพราะมีไหล่ทางให้สามารถ
ขับรถหลบได้ ใจผมยังคิดว่า เด๋วถ้ายังไง คงดีขึ้น
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านๆมา …
ผมขับรถไปเรื่อยๆ ไปจนถึงปากซอย สุขุมวิท 103
หรือซอยอุดมสุข ซอยนี้ในความคิดผม สูงกว่าซอย
บ้านผมพอสมควร และในความทรงจำ ไม่เคยมีเรื่อง
น้ำท่วมซอยนี้มาก่อน เมื่อเห็นไฟเขียว ผมจึงทำการ
เลี้ยวรถเข้าไปทันทีครับ
และแล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ระดับน้ำที่บริเวณปากซอยอุดมสุข สูงกว่าที่ผม
วิ่งผ่านมาเมื่อสักครู่เสียอีก สูงแบบที่ ถ้าเปิดประตูละก็
ได้ท่วมรถ เปียกพรม รวมถึงกล่องวงจรไฟฟ้า
อืมม ไม่อยากคิด
ผมมีโอกาสเร่งเครื่องอีกไม่เกิน 2 นาที หลังจากเลี้ยว
เข้ามาในซอยนี้ จากนั้น ผมเดาเอาว่า
ท่อไอเสียของผมคงจมน้ำแบบสมบูรณ์ เนื่องจาก
พยายามเร่งเครื่องอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีการตอบสนอง
เหมือนอย่างเคย โอ้ว… รถเก๋งโตโยต้าของผม
ได้เปลี่ยนร่างเป็นเรือสำราญไปซะแล้ว
ผมตัดสินใจดับเครื่องเนื่องจากกลัวว่าน้ำจะเข้าย้อน
ทางท่อไอเสีย และทำให้เครื่องเสียหาย (คิดเอาเอง)
ขณะนั้นผมอยู่กลางถนน ระดับน้ำสูงสุดอยู่ประมาณ
คานกึ่งกลางประตูคนขับ (ถ้าน้ำนิ่งๆ คงอยู่ราวขอบล่าง
แต่เกิดคลื่นจากที่รถวิ่ง) ผมไม่สามารถเปิดประตูลงไป
เข็นรถตัวเองเข้าข้างทางได้ เดชะบุญมีรถตู้คันนึง
เกิดเหตุคล้ายๆกัน และมีคนกำลังเข็นรถอยู่ในเลนซ้าย
“พี่ครับ ช่วยเข็นรถผมเข้าข้างทางให้หน่อยครับ
ผมเปิดประตูลงไปเข็นเองไม่ได้”
รอดไปอย่างหวุดหวิด
จากนั้น ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติค
ล่องเรือสำราญโคโรลล่าสีดำ รายล้อมไปด้วยตึกราม
สีสันยามค่ำคืน แบบที่น้อยคนนักจะสัมผัสได้ในกรุงเทพ
เสียงน้ำกระทบใต้ท้องเรือ เสียงคลื่นซัดเข้าหารอบทิศ
ผมตัดสินใจโทรหาตัวช่วยทันทีครับ
บังเอิญว่ามีเบอร์ช่างที่ดูแลรถผมอยู่ และทราบว่าวันนี้
พี่เค้าอยู่แถบๆนั้น “พี่อยู่ไหนครับ รถผมเจอน้ำท่วม
มิดท่อเลย ดับอยู่แถวอุดมสุข” “ผมอยู่รามอินทราพี่
แต่ลูกน้องยังอยู่แถวนั้น รอแป๊บบ เด๋วจัดห้ายยยย”
ผมซึมซับบรรยากาศกลางน้ำอยู่ราว 30 นาที
ฮีโร่ของผมก็มาถึง ลูกน้องของช่าง มาพร้อมกับ
รถกระบะ และสายลากจูง มาถึงก็ทำการติดตั้งสายลาก
แบบฉุกเฉิน (ทำจากสายไฟเส้นใหญ่ๆนั่นเอง)
แล้วก็เริ่มลากรถผม ประหนึ่งลาก Banana Boat
ยิ่งลากเดินหน้า ผมยิ่งรู้ว่า การคาดการของผมถูก
เพียงครึ่งเดียว ถนนอุดมสุข สูงกว่า ซอย 101/1
บ้านผม จริง แต่ต้องเข้าซอยไปมากกว่า 700 เมตร
เพราะเมื่อผมเดินหน้า น้ำก็ยิ่งสูงขึ้น หรือจะเรียกว่า
ถนนยิ่งต่ำลงก็ได้ คือถ้าผมรอดจากปากซอยตรงนั้น
ก็คงไม่รอด ในอีก 100 เมตรถัดมาแน่ๆ
อย่างไรเสีย เก๋งซีดานก็ต้องเป็นเรือสำราญ อยู่ดี
หลังจากลากเรือเข้าเก็บในบ้านเรียบร้อย
ด้วยความสนิทสนมและเปนกันเองของช่าง
วันรุ่งขึ้นจึงมาบริการให้ผมด้วยตนเอง
แบบ on site service เลยทีเดียว
ผลของการแปลงร่างในวันนั้น
ระบบไฟเสียหายเล็กน้อย กล่องควบคุมไฟฟ้า
ทำการตัดระบบไป และไม่ชาร์ตประจุเข้าตามปกติ
ทำให้แบตตารี่เหลือไฟไม่เกิน 5% ซึี่งไม่พอ
สำหรับติดเครื่องตามปกติ
หม้อน้ำ มีรอยปริ ที่เกิดจากโลหะร้อน(ขณะรถวิ่ง)
เข้าประทะกับความเย็น (น้ำที่ท่วมสูง) แบบฉับพลัน
นี่ยังไม่นับรวม เศษผักเศษหญ้า ที่ติดมากับใต้ท้องรถ
อีกเพียบบบบ บวกกับน้ำที่ดื่มด่ำเมื่อคืน ตามเข้ามา
เป็นที่ระลึกอีกเต็มท่อไอเสีย งานนี้โดนไปเต็มๆ
นี่ยังโชคดีนะครับ ที่ระบบไฟฟาไม่ช๊อต …
อ่ะ เล่ามาซะนาน เราได้อะไรจากงานนี้มั่งละเนี่ย
ก่อนอื่นเลย เราควรจะศึกษาเส้นทางต่างๆที่จำเป็น
เผื่อเอาไว้หลบเลี่ยง ในสถานการณ์ต่างๆ
และถ้าเกิดเหตุการที่จำเป็นต้องวิ่งลุยน้ำ
ข้อแรก ก่อนจะวิ่งลงน้ำในระดับสูง ให้ปิดแอร์วิ่ง
เพราะมอเตอร์+สายพานแอร์ จะอยู่บริเวณล่างสุด
(โดยเฉพาะรถเก๋งญี่ปุ่น) อาจโดนน้ำ และเสียหาย
ลามไปถึงระบบไฟอื่นๆได้
ถ้าวิ่งลุยน้ำในระดับสูง ต้องระวังอย่าให้น้ำเข้าใน
ห้องโดยสาร เพราะกล่องควบคุม จะอยู่ใกล้ๆพื้นรถ
เด๋วช๊อต และถ้ารถดับอยู่กลางน้ำไปต่อไม่ได้แน่ๆ
ให้เปิดหน้าต่างไว้ สำหรับกระจกไฟฟ้า แล้ว
บิดกุญแจ ปิดสวิต เพื่อตัดไฟจากกล่องควบคุม
ป้องกันไฟช๊อต
และที่สำคัญสุด มีสติ และรีบโทรหาฮีโร่ของท่านด่วน!
เพื่อน เพลง : Eric สุรสีห์ TK Park
มีเรื่อง “เพื่อน” ในรูป “เพลง” มาให้รับชมกัน
แต่คราวนี้เป็น “เพื่อนรุ่นเก๋า” เลยล่ะครับ
เมื่อเสาร์ที่ 29 กันยายน
ไปดูงาน TK Park Rock Festival มาครับ
กิจกรรมดีๆที่จัดขึ้น ในโครงการ Music Edu
ปีนี้เป็นปีที่ 2 ละ กว่าผมจะรู้เรื่อง ก็เหลือเพียง
เสาร์สุดท้ายของปีนี้ละครับ
ในปีที่แล้ว มีทีโบน มาเล่น ปีนี้มี โอฬาร พรหมใจ
ช อ้น แอนด์ เดอะฟอกซ์ , แมว จิรศักดิ์ ที่มา
พร้อมกับ นรเทพ มาแสง (มือเบส เครสเซนโด้)
และ พี่เล็ก ทีโบน พี่ชายแท้ๆ มาแจมกันแบบ
CrossOver ทั้งร็อคและแจ๊ส
และครังนี้ ที่ผมได้มีโอกาสชม
สุรสีห์ อิทธิกุล กับการทริบิวท์ เทพเจ้้าแห่งดนตรีร๊อค
เจ้าของฉายา Slow Hand ที่โด่งดังยาวนานมากว่า
40 ปี Eric Clapton
บรรยากาศนี่เรียกได้ว่าอบอุ่นครับ
จำนวนที่นั่ง คะเนดู ไม่เกิน 200 สำหรับ
Learning Auditorium ของที่นี่
แต่เต็มไปด้วย รุ่นใหญ่ครับ เป็นนักฟังเพลง
และนักดนตรี แทบทังสิ้น สังเกตจากอากัปกิริยา
และอายุ บวกกับแนวเพลง ที่ต้องไม่ได้มา
เพื่อฟังเพลงเพลินๆ แน่ๆ คนเยอะขนาดยอมนั่ง
ตามพื้นตามบันไดเลยทีเดียว
เอ้อ ลืมบอก
ที่นี่คือ TK Park ครับ อยู่ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิร์ล
เป็นห้องสมุดแบบเสียค่าบริการครับ
มีแบบ วันละ 20 บาท หรือ ปีละ 200 บาท
ด้านใน มีหนังสือมากมาย นิตยสารหลากหลาย
และก็กิจกรรมที่น่าสนใจ สลับเปลี่ยนไป ..
กลับมาที่ สุรสีห์ ในแนว อิริค แคลปตัน
บรรยากาศดนตรี ต้องบอกว่าเล่นได้ดีครับ
วงดนตรีที่มาเล่นกับคุณอ้อง ก็เล่นได้แน่นครับ
เรื่องความถูกต้องนี่ หูไม่ถึงครับ ไม่บังอาจวิจารณ์
แต่โดยรวม แหล่ม!! ระหว่างเล่น ก็มี “พายุหินกูรู”
อารี แท่นคำ แห่งเนชั่นแชนแนล พิธีกรในงาน
คอยให้ความรู้ และพูดคุยกับนักดนตรีเป็นระยะ
(จริงๆมีพิธีกรหญิงอีกคน – จำชื่อไม่ได้ – -”)
กว่า 90 นาที ที่นั่งฟัง รู้จักบ้างไม่รู้บ้าง
แต่ก็ได้อารมดีครับ โดยเฉพาะ เมื่อตอนจะจบรายการ
น้าอารี ได้ขอให้คุณอ้อง ช่วยร้อง ปราสาททราย
ให้ฟังหน่อย วันนั้น เลยได้ของแถมไปอีกดอก
เด็ดมากครับ
บ่อยครั้งครับที่ผมพยายามหาโอกาส
ไปนั่งผ่อนคลายตามที่ต่างๆ บ้างไปเพื่อ
รอเวลานัดหมายในคิวถัดไป
บ้างไปเพื่อหาแรงบันดาลใจ จากบรรยากาศ
รายรอบ หยิบจับสิ่งต่างๆ มองสิ่งต่างๆ
ให้เกี่ยวข้อง หรือเข้ากันได้ กับโจทย์งาน
ที่คั่งค้างอยู่ในหัว และบ่อยครับ เพื่อ พัก …
แค่นั้นจริงๆ ถ้ามีโอกาส ผมมักจะใช้เวลาอยู่นิ่งๆ
และนั่งมอง สังคมที่เคลื่อนไหว แบบไม่คิดตาม
แค่มอง ในมุมกว้างๆ ฟังเพลงสบายๆ …. .. .. . .
ใครจะลองดูบ้างก็ได้นะครับ ไม่ว่ากัน
สำหรับกิจกรรมดนตรีของ TK Park
จะมีอีกครั้งในเดือน พฤศจิกายน( ตุลาพัก 1 เดือน)
จะมาใน Theme INDY ครับ
มีทุกเสาร์ 16.30 โดยประมาณ ใครสนใจ ไปกันได้



ผู้ปิดทองหลังสวน
วันนึงในช่วงบ่าย ขณะที่งานที่ทำก็เยอะเหลือเกิน
แต่อารมณ์ในการทำงาน กลับตายด้านซะงั้น
สาเหตุหลักคงมาจากการทำงานต่อเนื่อง
เป็นเวลานาน มันเลยเบื่อ และล้า
ว่าแล้วก็ออกไปหาอะไรทำดีกว่า
โดยปกติแล้วก็จะไปนั่งเล่นร้านกาแฟ
ไม่หาหนังสืออ่านตามห้องสมุด ชิลล ชิลล …
วันนี้อากาศดี ไม่ร้อน ไม่ฝน ไปวิ่งดีก่า
ผมห่างหายจากการออกกำลังกายมานานมากครับ
นานขนาด หลายๆเดือนต่อครั้งเลยล่ะ ส่วนมากจะ
วิ่งหน้าหนาว เพราะอากาศดี ปีที่แล้ว ตั้งใจว่า
จะวิ่งซัก 30 นาที กำลังสวย พอไปวิ่งจริง…
ผิดคาดครับ 5 นาที เกือบเอาชีวิตไม่รอด 555
ตัดกลับมาปีนี้ …
เย็นวันนั้น ผมก็ขับรถไปที่สวนหลวง ร.9
ย่านอุดมสุข กว้างใหญ่ ใกล้บ้าน สะดวก
ปกติที่นี่เก็บค่าเข้าครับ คนละ 10 บาท และ
รถคันละ 10 บาท ถ้าผมไปกัน 3 คน ก็ 40 บาท
แต่ทุกวัน ตั้งแต่ 5.00-10.00 และ 17.00-19.30
จะให้เข้าฟรีครับ ส่งเสริมให้คนออกกำลังกาย
การมาวิ่งในวันนี้ น่าจะเป็นครัง้แรกๆ ของปีครับ
ไม่เกินครั้งที่ 3 แน่ๆ จากปีที่แล้ว
สถิติ 5 นาที อันน่าภาคภูมิใจ ทำให้ผมไม่คาดหวัง
เรื่องการวิ่งครึ่งชั่วโมงอีก อีกอย่างนะ แม่ผม
แนะนำว่า ถ้าไม่ได้วิ่งอย่างสม่ำเสมอ เดินเร็วจะดีกว่า
แต่กระนั้น ผมก็อยากทดสอบตัวเองนะครับ
เมื่อผมเดินเร็วซักพัก เป็นการยืดเส้น แล้วผมก็เริ่มวิ่ง
ผมวิ่ง ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ แกว่งแขนเบาๆ
ฟังเพลงสบายๆ วิ่งไปจนผมเหนื่อย ผมว่าวันนี้ทำได้ดี
แล้วผมก็ทำได้ดีครับ จาก 5 นาทีเมื่อปีที่แล้ว
ในวันนี้ สถิติใหม่ ทำลายทุกสถิติที่มีมา ………..
3 นาทีครึ่ง โอ้วววแม่เจ้าาาาาาาาาาา
…………………………..
…………………….
…………..
ไม่มีไรจะพูดครับ เดินช้าๆ ดูสวนสวยๆ เพลินๆดีกว่า
ที่นี่เปลี่ยนดอกไม้ตามฤดูกาลครับ
นี่อีกเด๋วก็คงปิดสวนตอนกลางวัน และเปลี่ยนดอกไม้
เป็น ดอกไม้หน้าหนาวสีสันสวยงาม ดูแล้วเย็นตามากๆ
มีหอรัชมงคล เป็นสัญญลักษณ์ของที่นี่
รวบรวมพระราชกรณียกิจ และจำลองห้องทรงงาน
ของในหลวง มาจัดแสดงไว้ด้วย บริเวณใกล้กัน มีบึง
ขนาดใหญ่ มีทั้งเรือพายและเรือถีบ ให้ใครหลายคน
ไปใช้เวลาร่วมกันในสนนราคา 30 บาทต่อชั่วโมง
ถ้าเป็นวันหยุดนี่ บรรยากาศจะคราคร่ำไปด้วย
ครอบครัวที่จะขนเอาเสื่อ อาหาร แม้กระทั่งกีต้าร์
มานั่งพักผ่อนกัน อาจไม่สะดวกที่จะออกกำลังกาย
แต่กำลังใจเกลื่อนสวนเลยทีเดียว
ผมเดินชมดอกไม้รอบๆ แล้วก็อดจะคิดไม่ได้ ว่าพื้นที่
กว้างขนาดนี้ ต้องมีคนดูแลสวนมากขนาดไหน
และถ้าไม่ได้ดูแลด้วยความรัก และเอาใจใส่
สวนจะสวยและร่มรื่นได้ซักกี่วัน ถ้าไม่มีเค้าเหล่านั้น
สวนหลวง ร.9 อาจเป็นได้ แค่ป่ารก
เต็มไปด้วยขยะเป็นแน่
ถึงบรรทัดนี้ ขอปรบมือเป็นเกียรติ และเชิดชู
เจ้าหน้าที่ ผู้ปิดทองหลังสวน ทุกท่านครับ
เพื่ออากาศ เพื่อกำลังกาย
และสายใยรักของครอบครัว
ด้วยความชื่นชม





