Crazy Blah Blah
Let’s Talkin Blah Blah Blah … ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ///////////////////////////////////////Archive for เมษายน, 2008
ข้าวแช่ ร้อนๆ มาแล้วจ้า
ช่วงนี้อากาศเมืองกรุงแปลกๆ บางวันร้อนระอุ บางวัน
ก็ฝนตก ส่วนสาเหตุที่ฝนตกนี่ ดูจะไม่ใช่ประเด็นล่ะครับ
รู้แต่เย็นดีเหมือนกันเนอะ
หลังฝนวันนี้ อากาศดีไม่ร้อนมาก ผมเลยชวนแม่
ไปเดินซื้อของ และไปหาอะไรทานนอกบ้านซะหน่อย
หลังจากเดินซื้อของเรียบร้อย ราวๆ 5 โมง ผมแวะไป
เดินเล่น สูดอากาศสดชื่นๆ ที่สวนเบญจกิตติ ครับ
สวนนี้อยู่ข้างๆศูนย์สิริกิต์ ผมมาหายรอบแล้วล่ะครับ
สวนสวย ใจกลางเมือง บรรยากาศดีมากๆ
เล่าซะยาว เข้าประเด็นกันดีก่า เป้าหมายวันนี้ …
อยู่ที่ร้าน S&P ซอยสุขุมวิท 26 ครับ สาขานี้ตกแต่ง
ได้สวยดี มี 2 ชั้น ชั้นล่างชัดเป็นมุม เก้าอี้และโต๊ะเป็น
คล้ายชุดรับแขกเล็ก แบบโมเดิร์น ตามสมัยนิยม
เหมาะสำหรับนั่งทานกาแฟและของว่าง เพราะโต๊ะ
จะเตี้ยหน่อย สำหรับทานข้าวผมว่าชั้นบนเหมาะกว่า
เพราะเป็นโต๊ะเก้าอี้ความสูงปกติครับ
อาหารที่เลือกทานในวันนี้ มีข้าวผัดอเมริกัน

กุ้งทอดครีมสลัดผลไม้ เสริฟท์มาในกระทงเผือก
รสชาดดีที่กรอบแต่ไม่แข็ง เอาเป็นว่า แม่ผมอายุ
หกสิบกว่าๆ ทานได้สบายมากล่ะครับ

และแน่นอน เมนูสุดท้าย ข้าวแช่ชาววัง
เมนูที่ส่วนใหญ่หาทานได้เฉพาะหน้าร้อน (เท่านั้น?)
ผมได้ทานข้าวแช่ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว สิ่งนึงที่ผม
ขอบมากคือ ตัวข้าวแช่เองครับ เป็นข้าวหอมมะลิ
ที่หุงแบบใดไม่ทราบ แต่ได้ข้าวเป็นเม็ดๆไม่เกาะกัน
เป็นก้อนหรือบาน แฉะ จนเละ แช่มาในน้ำลอยดอกมะลิ
เย็นๆ โรยน้ำแข็งมาเล็กน้อย ทานแล้วหอมมากครับ
ชื่นใจ …


ในชุดเสริฟมาพร้อมเครื่องเคียงครับมีหลายอย่างเลย
แล้วแต่สูตรของที่ไหน แต่ที่นี่ เค้าเสริฟมาพร้อมกับ
กะปิทอด หอมแดงทอด ผัดหัวไชโป้วแล้วก็มะเขือยาว
ยัดไส้หมูสับครับ
เวลาทานก็จะตักเอาเครื่องเคียงเข้าปากโดยตรง
แล้วตักข้าว + น้ำลอยดอกมะลิตามเข้าไป เพื่อไม่ให้
รสชาดของเครื่องเคียงลงไปปนกับกลิ่นหอมน้ำลอย
ดอกมะลิในชามข้าว
เรื่องรสชาดนี่ ด้วยความที่ไม่ใช่นักชิม “ลิ้นเทพ”
คงบอกไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดียังไง ร้านไหนอร่อยกว่า
เอาเป็นว่า … ผมชอบครับ ![]()
ข้อควรระวังอย่างนึงที่อยากทักไว้ก่อนสำหรับท่านที่คิด
จะพาผู้ใหญ่ไปทาน คือมันเป็นข้าวแช่เย็น มากับ
เครื่องเคียงเป็นกับข้าวร้อนๆ อาจมีผลใกล้เคียงกับ
การนำข้าวออกมาจากตู้เย็นแล้วทานเลยโดยที่ไม่ได้อุ่น
อาจเกิดลมในกระเพาะ หรือสร้างความผิดปกติให้แก่
ระบบทางเดินอาหารของผู้สูงอายุบางท่านได้นะครับ
(เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่มีข้อมูลทางการแพทย์มา
ยืนยันครับ)
บังเอิญช่วงนี้ S&P เค้ามีโปรโมชั่นครับ
ซื้อข้าวแช่ชาววัง จะมาพร้อมกับ ข้าวเหนียวมะม่วงด้วย
อร่อยกันใหญ่เลย ผมกะแม่

หน้าตางดงามมากครับ เมนูนี้มะม่วงน้ำดอกไม้ รสชาด
หอมหวานมาก มาพร้อมข้าวเหนียวมูล ไม่แข็งแต่ก็
ไม่นิ่ม กลางๆครับกำลังทานได้ ราดด้วยน้ำกระทิ ข้น
โรยด้วยถั่วเล็กน้อย ไม่รู้จะบรรยายรสชาดยังไง
ของแบบนี้ต้องลองเองครับ
เอาล่ะ มายั่วน้ำลายคนอื่นเสร็จ ไปดีกว่า
แล้วเจอกันใหม่ครับทุกท่าน
ระหว่างทาง(1) หลวงปู่โต วัด สรพงษ์ ชาตรี
ห่างหายไปนานเลยทีเดียว สำหรับการอัพเดต
เรื่องราวที่นี่ ระหว่างที่หายไป ผมมีโอกาส
ไปเยือนภาคอีสานตอนบนมาครับ
การเดินทางครั้งนี้ผมขับรถขึ้นไปจากกรุงเทพ
โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2 จากกรุงเทพ ผ่าน
ปทุมธานี สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น แล้ว
ไปสิ้นสุดการเดินทางที่ อุดรธานีครับ
ระยะทางเกือบ 600 กิโลเมตร
ผมเริ่มเดินทางตอนสายๆครับ ขับมาเรื่อยๆ
ไม่เร็วมากนัก เป้าหมายแรกของวันนี้คือ
ไปแวะพักกินข้าวเที่ยงริมเขื่อนลำตะคอง
พอใกล้จะถึงลำตะคอง เราจะเห็นข้างทาง
เริ่มมีร้านอาหารเรียงรายอยู่ล่ะครับ
ปัญหาของเราคือมีร้านมากเหลือเกิน
เลือกร้านไหนดีแต่ละร้านจะมีคนคอยโบกมือ
ให้เราเข้าใช้บริการด้วยท่าทางที่สุดจะบรรยาย
ขนาดเคยออกสะเก็ดข่าวมาแล้วคิดดู …
พวกใส่ชุดเสือโบกรถเข้าปั๊มยังอายล่ะครับ

เลือกมั่วๆซะงั้น .. ![]()
เข้ามาในร้าน .. บรรยากาศก็โล่งดีครับ
วิวเป็นแม่น้ำ แต่ด้วยความที่เป็นหน้าแล้ง น้ำ
เลยน้อยไปซักนิด เรื่องอาหารก็ธรรมดานะ
ผมว่า แต่ก็ไม่ขี้เหร่นะ โอเคอยู่ อาหารก็เร็วดี
สั่งไปแป๊บบเดียวก็มีพนักงานสาวสาย ..!!
มาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ




ใช้เวลาทานอาหารซักครู่ ก็ออกเดินทางต่อ
เป้าหมายข้างหน้า นมัสการ หลวงปู่โต
วัดสรพงษ์
ผมขับรถมาตามทาง จากร้านอาหารเมื่อครู่
เพียงชั่วอึดใจ ก็ได้เห็นวิหารขนาดใหญ่ทาง
ซ้ายมือ และป้ายบอก หลวงปู่โต เอาล่ะครับ
เรามาถึงแล้ว
ที่ทุกท่านเรียกว่าวัดสรพงษ์ หรือวัดหลวงปู่โต
เนี่ย จริงๆแล้วทราบทีหลังว่า ไม่ใช่วัดครับ
ที่นี่เป็นอุทยานมูลนิธิสมเด็จพุฒาจารย์
(โต พรหมรังสี) ที่สร้างโดยคุณสรพงษ์ ชาตรี
ด้วยเงินบริจาคล้วนๆ กว่า 300 ล้านบาทครับ
ที่นี่ถูกจัดวางตัวอาคารและภูมิทัศน์โดยรอบ
ไว้อย่างสวยงาม ตั้งแต่ทางเข้าเลยนะ
วันที่ผมไปเป็นวันอาทิตย์ครับ ลานจอดรถจึง
เต็มไปด้วยรถยนต์นั่งส่วนตัว และรถบัส
จอดรถเสร็จเราจะเจอกับโรงอาหาร ที่นี่แจก
ก๋วยเตี๋ยวฟรีครับ ว่ากันว่าอร่อย
ต่อด้วยร้านค้ากาแฟและขนม จากนั้นก็จะ
เข้าสู่ตัวอาคารรับรองส่วนหน้า
ที่นี่ เป็นที่สำหรับบริจาค/ทำบุญ ใส่บาตรพระ
วันเกิด เคาะระฆังเสิรมดวงชะตาต่างๆ ซึ่ง
ในบริเวณนี้เองที่ท่านจะได้พบกับ
สรพงษ์ ชาตรีและดวงเดือน จิไทสง
คอยต้อนรับท่านอยู่แทบทุกวันโดยเฉพาะ
วันเสาร์อาทิตย์
ถัดจากส่วนนี้จะมีทางเดินเข้าสู่วิหารด้านหลัง
ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปหล่อหลวงปู่โต ขนาดใหญ่
ตั้งอยู่ผู้คนจากทุกสารทิศ ต่างมากราบไหว้
บูชากัน ผมใช้เวลากราบไหว้ขอพรและชื่นชม
ที่นี้ไม่นานนัก ก่อนกลับแวะซื้อ
ชาเย็นหลวงพ่อดื่มแก้ร้อนซะหน่อย จากนั้น
ก็เริ่มเดินทางต่อไป เป้าหมายต่อไป คือ
อีกราว 350 กม.ข้างหน้า จังหวัดอุดรธานี



.