Crazy Blah Blah
Let’s Talkin Blah Blah Blah … ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ///////////////////////////////////////Archive for พฤษภาคม, 2008
อารีย์ วาวี คอฟฟี่ เฮ้าส์
ตั้งชื่ออย่างนี้ แน่นอนครับ พาไปกินอีกละ
ผมเห็นร้านกาแฟร้านนี้ ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันครับ
ตอนนั้นผมมีนัดลูกค้าไปคุยงานที่ร้านกาแฟอีกแห่งใน
ปั๊มหอย ก่อนถึงซอยอารีย์ไม่กี่เมตร หลังปัํมกะกำแพง
ร้านนี้เค้าติดกันครับ เห็นจากด้านนอกเป็นบ้าน 2 ชั้น
ดูเป็นไทยๆ เข้ากันกับชื่อ แต่งร้านด้วยป้ายไฟ สีส้มดำ
สะดุดตา โดยเฉพาะช่วงหัวค่ำ เลยตั้งใจว่า
วันนึงจะไปเยี่ยมเยียนซักหน่อย
แล้ววันนั้นก็มาถึง
ตื่นมาเกือบเทืี่ยงในวันอาทิตย์
งานการก็ไม่อยากทำ เลยไปแรดที่จตุจักรซะหน่อย
เดินเล่นจนเหงื่อซึมได้ที่ พอจะกลับก็นึกได้ว่าอยู่ใกล้ๆ
ซอยอารีย์ งั้นลองแวะไปวาวี ท่าจะดี
ผมมีข้อมูลของร้านแค่ เห็นได้จากริมถนน แค่นั้น
แต่ก็หาไม่ยากนะครับ อย่างนึงที่ไม่รู้มาก่อน คือซอย
อารีย์ 1 เนี่ย ร้านกาแฟของโปรดผมเพียบเลย
อ่อ ซอยอารีย์ 1 เป็น วันเวย์นะครับ และแต่ละร้านที่ว่า
เพียบบเนี่ย ไม่มีที่จอดรถทั้งนั้น การหาที่จอดข้างทาง
คงต้อง สังเกตุให้ดีและตัดสินใจให้ไวครับ
เพราะถ้าขับเลยไปล่ะก็ ตัดเข้าราชครู ออกพหลโยธิน
วนเข้าซอยอารีย์อีกรอบ แหงมๆ
จอดรถได้เรียบร้อย เข้าร้านดีกว่า
อย่างแรกที่เห็นคือสวนหน้าบ้านครับ สวนถูกจัดวาง
ด้วยโต๊ะหลายรูปแบบรองรับผู้คนทั้งแบบมาเป็นคู่
มาเป็นแก๊ง มีศาลาไม้เล็กๆในสวนด้วยนะครับ



เข้ามาในร้าน จัดแบบบ้านๆ เปิดเพลงเบาๆ
กลิ่นหอมกาแฟบดโชยมาเอื่อยๆ
ทุกครั้งที่ผมไปร้านไหนเป็นครั้งแรก ผมมักจะถาม
พนักงานที่ร้านครับ และครั้งนี้ก็เหมือนกัน
“มีเครื่องดื่มอะไรแนะนำผมบ้าง”
“พี่ชอบทานกาแฟเข้มมั้ยครับ”
“ทานครับ”"งั้นไม่เอสเพรสโซ่ก็อินทนนท์”
ผมเลือกทานอินทนนท์ปั่นครับ ราคาแก้วละ 75 บาท
รสชาดก็โอเคนะครับ ไม่หวานมาก กลิ่นหอมดี
มีบอดี้กาแฟตามสมควร ไม่ได้เข้มมาก แต่ก็ไม่ใส
(แต่ถ้าเข้มมากในร้าน เข้มระดับนี้ ส่วนตัวคงทาน
เมนูอื่นไม่ได้ – เกรงจะอ่อนไป และไม่ชอบ)


วาวีเป็นชื่อดอยครับ อยู่เชียงใหม่ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ
อยู่แล้วล่ะ ได้ยินว่าเปิดแฟรนไชส์ร้านกาแฟมานานละ
เพิ่งได้ลอง วันนี้เลยสมใจพอสมควร

ที่นี่มี 2 ชั้นครับ ชั้นล่างให้บริการอินเตอร์เน็ต ด้วย
เครื่อง iMac ขนาด 20 นิ้ว 2 เครื่อง และระบบ
Wireless Internet พร้อมสรรพ ใครจะใช่้ก็ซื้อ
ชั่วโมง ได้ที่เค้าเตอร์เลยครับ โดยรวมร้านนี้ ร้านสวย
กาแฟมีรสชาด บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะ แหล่มครับ
ตอนที่มาเค้ามีเล่นดนตรี Acoustic เล่นอยู่ที่สวน
ด้วยครับเป็นกีต้าร์ กับทรัมเป็ต แปลกไปอีกแบบครับ
ระหว่างทาง(2) ไข่กระทะ vs กุ้งกาฬสินธ์ .. กินที่อุดร
กลับมาที่เรื่องระหว่างการเดินทางของผมต่อครับ
การเดินทางไปกึงธุระกึ่งเที่ยวของผมในครั้ังนี้
ผมมีโอกาสทานอาหารหลายอย่างเลยครับ
เริ่มที่อาหารขึ้นชื่อของที่อุดรนี่ ว่ากันว่าใครมาที่นี่
ต้องทาน ขนาดนั้นเลย ไหนๆ ขอลองหน่อยดี๊ ~~~
ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากครับกว่าจะได้ทาน
อาหารเมนูนี้ ไม่ใช่ลำบากเรื่องสถานที่หรืออะไรหรอก
แต่ว่าเค้าขายกันตอนเช้าครับ แล้วไอ้ผมเนี่ยมันตื่นเช้า
เป็นกะเค้าซะที่ไหนล่ะ งานนี้ต้องใช้บริการทั้ง
นาฬิกาปลุก ทั้งโทรศัพท์มือถือปลุกเลยทีเดียว
เป้าหมายของผมเช้านี้อยู่ที่ร้าน ไข่กระทะเลิศรสครับ
ร้านนี้ตั้งอยู่หัวมุมถนนโพศรี ตรงข้ามทุ่งศรีเมืองครับ


ไอ้ไข่กระทะที่ว่านี่จริงๆแล้วก็คือ ไข่ดาวร้อนๆโรยด้วย
หมูสับ หมูยอ กุนเชียง เวลาเสริฟ มาพร้อมขนมปัง
อบกรอบคล้ายฮอทดอก

สนนราคาของมื้อนี้ ไข่ 2 กาแฟร้อน 1 เย็น 1
ขนมปัง 2ทั้งหมด 70 บาทครับ
จากนั้นในช่วงบ่าย ผมนัดทานข้าวกับเพื่อนคนนึงครับ
ไม่เจอกันซัก หลายปี เธอกลับมาช่วยงานที่บ้านครับ
เนื่องจาก การงานที่รับผิดชอบอยู่ จึงทำให้การเข้า
กรุงเทพในแต่ละครั้ง กลายเป็นเรื่องใหญ่มาก
สำหรับเธอ พอผมโทรไปบอกว่า ตอนนี้ผมอยู่อุดร
น้ำเสียงเธอดูจะดีใจอยู่ไม่น้อย
ร้านที่เรานัดกันนี่ การเดินทาง เราจะขับรถโดยใช้ถนน
เลี่ยงมืองอุดร มุ่งหน้าไปจังหวัดหนองคาย วิ่งไปซัก
อึดใจ เราก็จะพบกับแยกหนองผือ
ที่นั่นเราจะพบร้านอาหารอยู่หัวมุมของแยกชื่อ
ร้านกาฬสินธ์ ร้านใหญ่พอดูเลยครับภายในร้าน จะมี
บึงขนาดใหญ่ ด้านนึงของบึง จะเป็นร้านกาแฟ
บรรยากาศค่อนข้างดี (ซึ่งหาได้ไม่ง่ายเลยในจังหวัดนี้:
ความเห็นส่วนตัว) ถัดไปเป็นตัวอาคารขนาดใหญ่
ภายในมีโต๊ะไว้คอยบริการ บริเวณที่เหลือ รอบบึง
จะเป็นศาลาเล็กๆ จัดเป็นซุ้ม ไว้รองรับ
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว



ผมเลือกนั่งซุ้มที่ว่านี่ล่ะคัรบ
ในซุ้มจะมีเสื่อปูไว้ให้เรานั่ง เหยียดแข้งขาได้
สบายๆ ร้านขนาดใหญ่ ซุ้มที่นั่งก็ห่างไกลจากครัว
แล้ววิธีสั่งอาหารล่ะ ..ฮะฮ่าา ที่นี่เค้าใช้วิธีแบบบ้านๆ
เลยครับ “ตีเกราะเคาะไม้” แป๊บบเดียวก็มีพนักงาน
ขี่จักรยานมาคอยบริการให้ สะดวกมาก

มาดูที่อาหารกันบ้าง มาที่นี่เค้ามาทานกุ้งเผา กับพวก
อาหารทะเลกันครับ กุ้งใหญ่ ตัวขนาดกลางๆ ไม่ต่าง
อะไรกับที่หาทานได้ในกรุงเทพ แต่สดมาก
กัดไปแต่ละคำ สุดจะบรรยาย




ที่สั่งไปอีกก็มียำรวมมิตรครับ เมนูนี้เด็ดครับ น้ำยำ
กลมกล่อมมากๆ ไม่เผ็ดเกินไป ได้ทั้งเปรี้ยวหวาน
เค็มเผ็ด ครบทุกรสทีเด็ดอีกอย่างของจานนี้คือ
หอยแมลงภู่ครับ ผมไม่เคยทาน หอยแมลงภู่ที่ไหน
อร่อยเท่าที่นี่มาก่อน จริงๆนะ เค้าปรุงหอยมาอย่างไร
ไม่ทราบ แต่เนื้อหอยยังสีข่วๆอยู่เลย ไม่ใช่สีส้มๆ
อย่างที่เคยกิน แถมไม่มีกลิ่นคาวซักนิด (หรือเป็น
หอยดอง ??)ไม่รู้ล่ะ แต่อร่อยมากครับ
เมนูอื่นๆก็ปกติครับ
งานนี้นอกจากอาหารถูกปากแล้ว การได้พบเพื่อนที่
ไม่ได้พบกันมานานก็เป็นอีกสิ่งที่ประทับใจมากครับ

พูดถึงเธอซักหน่อย เพื่อนผมยังคงร่าเริ่ง น่ารัก
เหมือนเดิมครับ ออกจะติงต๊องเล็กๆ ตามสไตล์เธอล่ะ
ในครั้งนี้สิ่งที่เห็นถึง ความเปลี่ยนแปลงคือภาษาครับ
เดี๋ยวนี้ เธอพูดลาวได้คล่องมาก พูดไทยได้นิโหน่ย
และพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยล่ะครับ ฮาาาา
ไปดีกว่า แล้วเจอกันโอกาสหน้า ลาล่ะเด้อ