Crazy Blah Blah

Let’s Talkin Blah Blah Blah … ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ///////////////////////////////////////

ซัพพลายเออร์ปากหมา กับลูกค้าโรคจิต

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา
เป็นสองอาทิตย์ที่ยุ่งที่สุดในรอบปีนี้เลยครับ
งานเยอะก็ปัญหาเยอะ ทั้งกับตัวงาน
และกับคนประสานงานหรือลูกค้านั่นเอง

ในการทำธุรกิจเนี่ย ในความคิดผม
เราวางตัวกำหนดบทบาทกับลูกค้าได้หลักๆ
3 แบบ

แบบแรกได้ยินบ่อยๆ ลูกค้าคือพระเจ้า
ลูกค้าถูกเสมอ ลูกค้าสั่งไรมา ได้หมด
อาจจะคิดแทนลูกค้านิดหน่อย
แต่หลักๆ รอลูกค้าสั่ง การทำงานแบบนี้
อาจต้องทำงานในสภาวะที่กดดันบ่อยๆ
เพราะลูกค้ามักจะสั่งอะไรแบบฉุกละหุก
เร่งด่วน และเราจะต้องทำให้ได้ ไม่มีปากเสียง
ประหนึ่งลูกค้าเป็นเจ้านายเราอีกคนเลยทีเดียว

แบบที่สอง งานคือเงิน
ขยับตัวแต่ละที มีค่าใช้จ่าย
อันนี้อาจพบมากในพวกที่เก๋ามากทั้งชัวโมงบิน
และฝีมือ ในส่วนนี้อาจมีลักษณะที่จุกจิกใน
การเจรจาต่อรองบ่อยๆ ไม่คล่องตัวนัก
แต่รายได้ดีมาก

สุดท้าย ในความคิดผม
เป็นแนวคิดที่ผมพยายามยึดถือมากว่า 4 ปี
ผมไม่ได้บอกว่าวิธีอื่นไม่ดีนะ แค่วิธีคิดต่างกัน
แต่ละอันก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป

ผมทำงานแบบมอง “ลูกค้าเป็นเพื่อน” ครับ
ระยะหลัง ผมเห็นหลายคนใช้แนวทางนี้เยอะนะ
จุดเด่นคือ ให้คำปรึกษา ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
คุยกันแบบง่ายๆ ทำงานอย่างสบายใจ
ธุรกิจโตไปด้วยกัน …

อาจฟังดูดีครับ ลูกค้าเป็นเพ่ือน
แนวคิดนี้ ไม่ใช่ไม่มีข้อด้อยนะครับ
บางครั้งเราอาจต้องให้คำปรึกษา ยอมอดนอน
ทำนู่นทำนี่เพ่ิมจากที่ตกลงกันไว้
เก็บเงินเพิ่มได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
เพื่อ “ช่วยเพื่อน” ให้ผ่านงานนั้นๆไปได้
ผมนี่เจอประจำ ถึงโดยมากจะตอบสนองให้
แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ยอมหรอกนะ

หลายครั้งที่ลูกค้าผลักภาระมาโดยไม่มีเหตุผล
ไม่มีปรึกษา อยากได้ท่าเดียว
“เพื่อนในคราบซัพพลายเออร์” อย่างผม
ก็มีปากมีเสียงกันเลยล่ะ ต้องว่าก็ว่า ต้องวีนก็วีน
พูดตรงๆ ว่าตรงๆ ถึงจะสุภาพกว่าคุยกับเพื่อนๆ
ธรรมดา แต่บางครั้งก็จัดได้ว่า “ปากหมา”
ประมาณนึงเลย

มีลูกค้าหลายรายเหมือนกันนะ
ที่ตอนดิวงานกัน ก็โวยวายไปมา แรงมาก็แรงไป
หาทางออกร่วมกันอย่างมีอารมณ์กันทั้งคู่
และในหลายครั้งก็จำใจจบลงอย่างเสียไม่ได้

แต่รู้อะไรมั้ยครับ
ลูกค้าพวกนี้ ลองได้วิวาทะกันทีนึงนะ
ครั้งต่อๆมา เรากลายเป็นเพื่อนสนิทกันเลยล่ะ
บางวันโทรมาแต่เช้าตรู่ 10 โมง !! (นี่ล่ะเช้าผม ฮาา)
“อีก้อง พรุ่งนี้บ่ายเข้ามารับงานด้วย” !!!
บางทีให้ไม่ได้อย่างต้องการ ก็แสดงออก
ผ่านน้ำเสียง “จิกกัด” เต็มที่ว่า …
“ไอ้อ้วนนี่ไม่ได้เรื่องเลย” <– กรูอ้วนตรงไหนวะเนี่ย

ไอ้เพื่อนสนิทพวกนี้ รู้ทั้งรู้ว่าเราไม่ยอมตาม
อย่างง่ายดาย ก็มักจะกลับมาให้เราด่า ว่า วีนใส่
อีกหลายๆครั้ง

คุณว่า ลูกค้าผม โรคจิตมั้ยครับ :)

เธอเห็นไหม นั่นไงหมี

เด๋วนี้การจะทำธุรกิจประเภทขาย “ของ” ให้รอด
ต้องเอาความ “ไม่ธรรมดา” มาขายกันครับ
อาจเป็นที่ตัวสินค้า การบริการ
กระทั่งบุคลิกภาพและอัธยาศัยของพนักงาน และอื่นๆ

ธุรกิจที่คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า
อย่างร้านกาแฟและเบเกอรี่ก็เหมือนกันนะ
ต้องสร้างความไม่ธรรมดาที่ว่า ขึ้นมาให้ได้
เพื่อให้ลูกค้าประทับใจ จดจำร้านได้
และมาใช้บริการซ้ำ

เมื่อกาแฟรสดีๆ เบเกอรี่อร่อยๆ เก้าอี้นุ่มๆ
แอร์เย็นๆ เปิดเพลงคลอเบาๆ บรรยากาศสบายๆ
บริการแบบกันเองๆ กลายเป็นสิ่ง “ธรรมดาๆ”
ที่พบเห็นได้ในแทบทุกร้าน
แล้วจะทำไงให้แตกต่างได้ละนั่น

เมื่อคำถามว่า ร้านกาแฟไหนน่าสนใจ
สร้างคำตอบได้มากกว่า 1
ที่ร้าน BEAR k e r y (แบร์เกอรี่) จึงเลือก
ที่จะแตกต่างที่ภาพลักษณ์ครับ
สินค้าในร้านเกือบทั้งหมด ทำออกมาในรูปหมี
ตามชื่อร้าน ดูดีไม่ใช่เล่น ทั้งขนมปัง
ขนมเค๊กต่างๆ ไปจนถึงคุ้กกี้
(ที่ดูดีๆ คล้ายมิคกี้เหมือนกันแฮะ ฮาา )

เรื่องรสชาด ก็อร่อยดี ไม่หวานมาก
เค้าว่า ของเค้าใช้ส่วนผสม LowFat ครับ
ขนมเค้กอย่างบราวนี่หรือท๊อฟฟี่เค้ก
ถ้าทานที่ร้าน ก็จะเสริฟแบบอุ่นๆ ดูน่ากิน

เครื่องดื่ม นอกจากกาแฟแล้ว ก็ยังมี น้ำผลไม้
และ ชาหลากรส ทั้งชาแอปเปิ้ล ชาแตงโม
ชาเมลอน และอีกเพียบ ไปลองชิมดูละกัน
กินแล้ว สดชื่นมากกกกกกก ขอบอก ขอบอก :)

บรรยากาศในร้านก็นั่งสบายตามสมัยนิยม
แต่งร้านแบบดูดีมีสไตล์ น่ารักๆ

นอกจากนี้ยังมี ของที่ระลึกรูปหมี ตุ๊กตา
พวงกุญแจ และอีกมาก รอให้ไปดูกัน

อ่ะโฆษณาให้แบบฟรีๆ
ร้าน “BEAR k e r y” อร่อยดี มี 2สาขา
พัฒนาการ 30 และ สยามสแควร์ซอย 5
สะดวกที่ไหนไปที่นั่น

เครื่องดื่มอร่อย บรรยากาศดี
แถมขนมร้านนี้ “หมีเห็นๆ” :)

img733_s.jpg

img732_s.jpg

img721_s.jpg

img730_s.jpg

img720_s.jpg

img729_s.jpg

สนามรบ สนามการค้า

ในสมัย นายกชาติชาย มีนโยบาย
เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า
แต่ในความคิดผม สนามการค้า
มันก็คือ “สนามรบ” เหมือนกันนั่นแหละ

การงานของผม ที่บ่นผ่านบล็อคหลายครั้ง
ว่ายุ่งนักยุ่งหนา เกิดจาก 2 บทบาทหลักๆครับ
หนึ่งคือ เป็นนักออกแบบตัวเล็กๆของแวดวงนี้
ที่ถูกสั่งสอนให้พยายามสร้างความแตกต่าง
ระหว่าง Graphic Designer กับ
พนักงานคอมพิวเตอร์ตามร้านรับพิมพ์งานทั่วไป
( ผู้สอนผมใช้คำว่า”เด็กร้านป้าย” )
ในตอนนี้ ถ้าให้ประเมินตัวเอง คงบอกได้ว่า
ดีกว่า เด็กร้านป้าย แต่ยังไกล จาก Designer มือโปร
แต่อย่างไรเสีย ก็คงพยายามกันต่อไป

อีกบทบาทหนึ่งที่ผลักดันให้ผมต้อง “ออกรบ”
อยู่หลายครั้ง คือ การเป็นพ่อค้าครับ
ผมรับผลิตงานพิมพ์ ในลักษณะของการดำเนินงาน
แบบ Printing Agent อธิบายให้เห็นภาพก็เป็นธุรกิจ
“ผู้รับเหมา”นั่นล่ะ รับงานมา แล้วควบคุมงาน
ให้ได้คุณภาพตามต้องการ ในเวลาที่กำหนด

ลูกค้าของผม มีทั้งผู้ประกอบการรายเล็ก ถึงเล็กที่สุด
ไปจนถึง ขนาดใหญ่มาก ระดับ มหาชน เลยนะ

ขั้นตอนที่ผมบอกว่าเหมือนต้องออกรบ คือขั้นตอน
เสนอราคา และเจรจาต่อรอง ครับ

เมื่อลูกค้าติดต่อเราเพื่อแจ้งรายละเอียดงาน
ที่จะให้เราเสนอราคา หลังจากนั้นไม่นาน
สงครามก็อุบัติขึ้น :)

บางครั้งแต่งทัพไปชนกับข้าศึกอ่อนวัย ผ่านศึกมา
ไม่มาก หรือเป็นคหบดีผู้มั่งคั่ง รักสงบ
ซื้อความสบาย อันนี้ก็พอสู้ไหว ไม่ยาก

แต่บางครั้ง ต้องไปสู้รบกับแม่ทัพนายกองฝ่ายตรงข้าม
ที่มีชั้นเชิง มีประสบการณ์ ชำนาญศึกสุดๆ …
หลายครั้ง เมื่อสงครามยุติ แม้จะไม่เคย
เสียเลือดเสียเนื้อขนาดขาดทุนย่อยยับ
แต่ก็เสียขวัญ กำลังใจ (และกำไร )
ไปไม่น้อยเลยทีเดียว

นี่ยังไม่นับรวมกับในบางสมรภูมิรบ
ที่ต้องต่อสู้กับบริษัทอื่นๆ ที่เข้าต่อสู้ เพื่อหมายจะ
“ปักธง” พิชิตชัย ในสงครามครั้งนี้อีกนะ
งานนี้ พิชัยยุทธ์ซุนหวู่ ถูกหยิบยกขึ้นใช้ในทันที
“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่เพลี่ยงพล้ำ”
หลังการประเมินสรรพกำลังแล้ว บางศึกก็เข้าตี
อย่างหนัก บางศึกล่าถอยแต่โดยดี

แล้ว “ไส้ศึก” “เครื่องบรรณาการ”
“ผู้มีอิทธิพลนอกสงคราม” ล่ะ ???
เป็นธรรมดาครับ เจอมาแล้วทั้งนั้น

อ่านถึงบรรทัดนี้หลายคนคงอยากรู้ ยุทธวิธี
ที่ผมใช้ เอาตัวรอด จากสนามการค้า แห่งนี้
เอ่อ … ถ้าผมเล่าซะตรงนี้ ศึกหน้า คงปราชัย
เพราะเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้าม “รู้เรา” เป็นแน่แท้

อ่านมายืดยาว เห็นด้วยบ้างมั๊ยล่ะ
ว่า สนามการค้า คือ สนามรบ จริงๆ

WE MAKE A HITZ! ชีวิตหลังพวงมาลัย

เราขับรถมา 10 ปีแล้วล่ะ เป็นสิบปีที่เจออะไร
มาเยอะเหมือนกัน เริ่มจากเบสิคเลย ..
ขับรถเบียดประตูบ้าน ชนถังขยะ
ปะทะ(เบาๆ)กับวอลโว่ เครื่องโอเวอร์ฮีต
หม้อน้ำแห้ง ยางหลังระเบิด
เสยเกาะกลาง(ส่วนบังคับกลับรถ)
รถสะพัด ฟาดขอบทางด่วน ………….

แต่โชคดี + คุณพระคุ้มครอง ไม่เคยเจออุบัติเหตุ
ที่ทำให้เสียเลือดเสียเนื้อ มีแต่ต้องเสียตังค์

ผลที่ตามมา เห็นชัดๆคือ
จากเคยขับรถ 140 -160 ก็ลดลงเหลือ 90 – 130
แบบไม่ต้องมีใครขอร้องเลยอ่ะ :P

เราใช้รถเหมือนๆกับคนทั่วๆไปส่วนใหญ่
หลักๆเน้นขับไปติดต่องาน การใช้ชีวิตบนรถ
หลายๆชั่วโมง ดูจะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับ
เราไปซะแล้วล่ะ ฟังเพลง กินหนม เล่นๆ ในบางครั้ง
(แต่กินจริงจังบ่อยกว่า ฮาา ) บางทีรถติดมากๆ
อ่านการ์ตูนก็เคยนะ อ่านจบเล่มยังไม่ไปไหนก็มี

เรื่องรถติดนี่จี๊ดมาก … สิบปีไม่มีเปลี่ยน …
แทบทุกครั้งที่เรารีบ เรามักจะได้เจอผู้คนที่มี
อุดมการณ์เดียวกันบนท้องถนน
“จะต้องรีบไปให้เร็วที่สุด” แต่สุดท้ายก็
“เคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง”กันแถวนั้น ถ้วนหน้า

แต่ก่อนหัวเสียสุดๆ หงุดหงิด เด๋วนี้ก็ยังเป็นอยู่บ้าง
บางครั้ง แต่ถ้าเรามองให้ดีนะ บ้านนี้เมืองนี้
มันจะมีอะไร ฮิตมาก ฮิตนาน ฮิตอมตะนิรันดร์กาล
นานพอกับ ป้าเบิร์ด อีกล่ะ มีไม่กี่อย่างหรอก
แต่ที่แน่ๆ “รถติด” ฮิตอันดับต้นๆชัวร์
น่าดีใจมั้ยล่ะ ที่เรามีส่วนร่วมสร้างปรากฏการณ์ฮิตๆ
ร่วมกันตลอดสิบปีที่ผ่านมา

แล้วเจอกัน แยกนี้ ไฟแดงนั้น เหมือนเคย :)

img671_s.jpg

img704_s.jpg

img708_s.jpg

เพลงShe ที่ไม่มีให้ฟัง!!!

เรื่องในวันนี้เริ่มมาจาก
ผมได้เข้าไปอ่านบล็อคของพี่คนนึงครับ
แกแนะนำเพลงของสุเมธแอนด์เดอะปั๋ง
ที่มักนำมาร้องเวลาแสดงสดให้ฟัง
เพลงนั้นชื่อเพลง “เย็บจักร”

วันนี้ผมไม่มีเพลงนั้นให้ฟังหรอก :P
แต่อดไม่ได้ที่จะนึกถึงอีกเพลง
ผลงานของ สุเมธแอนด์ปังคุง ??? (ตึ่งโป๊ะ !!!)
สุเมธแอนด์เดอะปั๋ง ครับ :D
เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ต้องเล่นในการแสดงสด
เท่านั้น ไม่สามารถบรรจุไว้ในอัมบั้มไหนๆ
เพราะถ้าผมเป็นกระทรวงวัฒนธรรมฯ
คงจัดเรทติ้งเพลงทั้งสองอยู่ในเรท
ไม่ ” ฉ ” ก็คงไม่พ้น ” /X น18 ” ละครับ
จ้าวววนายยยยยยยยย :)

เพลงนี้เท่าที่ทราบ และพยายาม Search
ยังไม่มีผู้ใดบันทึกเสียงไว้และนำออกเผยแพร่ครับ

ถือซะว่า มีส่วนร่วม ในการอ่านบล็อคละกัน
ผมมีเนื้อร้องให้
ผมมีเพลงต้นฉบับให้
เรามาร้องตามไปพร้อมๆกัน :)

สำหรับ การร้อง
ให้ร้องเนื้อเพลงต้นฉบับในท่อนแรกก่อน
หรืออยู่นิ่งๆ สงบใจซักครู่ (อย่าพยายาม…
เพราะเด๋วจอก แหน ผักตบ จะลอยติดหัว !!!)
เมื่อเริ่มท่อนสอง ค่อยเริ่มร้อง ตามเนื้อด้านล่างนี้ครับ

ขอให้สนุกกับการฟังนะครับ
แล้วพบกันใหม่

ชี…เธอชอบธรรมะเลยมาบวชชี
โกนหัวเสร็จแล้วก็เข้ากุฏี
นุ่งขาวห่มขาวจึงเป็นแม่ชี…

ชี…เธอไม่มีผมเลยไม่ต้องหวี
ถ้ามีเส้นผมก็ไม่ใช่ชี
นี่ไม่มีผม จึงเป็นแม่ชี
เธอมีเหตุผลที่ทำอย่างนี้…

(*) ชี…เธอบวชเป็นชีด้วยความช้ำรัก
เธอไม่เคยรู้ฉันเศร้าใจนัก
ที่ต้องอกหักเพราะหลงรักชี…

ชี…เธอจะให้ฉันทำยังไงดี
ถ้าได้ควงแขนเป็นแฟนแม่ชี
จะตกนรกสักกี่พันปี…

ชี…อยากจะใกล้ชิดเธอมากกว่านี้
เข้าไปบอกรักเธอคงวิ่งหนี
จับเธอสึกฉันคงเลวสิ้นดี…

ฉัน…เฝ้าคอยแต่ลุ้นทำบุญให้ชี
อยากให้เธอเห็นฉันเป็นเด็กดี
ทำตัวเหมาะสมกับเธอกว่านี้
บวชเป็นตาเถรเพื่อเธอแม่ชี…Sheee ฮืมมม She

ช่วยด้วยเจ้าข้าาา มิเตอร์หาย!!!

ผมตั้งใจจะนั่งพัก ให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง
โดย ระบบขนส่งมวลชน หลากรูปแบบ
ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา

True Cafe’, Siam Paragon
คือที่ที่ผมเลือกใช้บริการในตอนนั้น
เพราะเป็นทางผ่านระหว่างเส้นทางกลับบ้าน

นั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดื่มกาแฟ
พอจะคลาย ความเหนื่อยและเมื่อยขา ได้สักครู่

แล้วโทรศัพท์ผมก็มีสายเข้า
น้องผมครับ “โทรมาทำไมวะ” ผมคิดในใจ

ผม “อืมม ว่าไง”
น้อง “อยู่ไหนนี่”
ผม “อยู่พารากอน มีไรป่ะ”
น้อง “กลับบ้านหน่อย มิเตอร์น้ำที่บ้านถูกขโมย!!!”
ผม “หือ ?????????”
“จะรีบกลับให้เร็วที่สุดละกัน”

แล้วผมก็เดินทางกลับบ้านทันที
ระหว่างทางก็มีการอัพเดต ความคืบหน้ากันเป็นระยะ
ทำให้ผมทราบว่าที่บ้าน มิเตอร์ถูกขโมยหมด (3 ตัว)
เพือนบ้านใกล้เคียง ทั้งด้านซ้ายและขวา
ก็ไม่น้อยหน้ากัน โดนทั้งคู่

เมื่อผมไปถึงหน้าบ้าน สิ่งที่ผมเห็นคือ

img667_s.jpg

สิ่งที่ต้องทำ คือโทรติดต่อการประปานครหลวง
เพื่อสอบถาม วิธีดำเนินการ ต่อไปครับ

ขั้นตอนที่ต้องทำต่อจากนี้คือ เตรียมเอกสาร
แล้วไปแจ้งความ จากนั้นติดต่อไปที่ ประปาท้องที่
ที่บ้านท่านอยู่ แจ้งให้ทางการประปามาเชื่อมต่อท่อ
ให้เราชั่วคราว และในวันทำการถัดไป ก็นำเอกสาร
และใบแจ้งความ (บันทึกประจำวัน) ไปยื่นคำร้อง
ขอมีมาตรวัดน้ำใหม่ ที่สำนักงานประปา

เอกสารที่ใช้
1. บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา ของผู้ที่จะไปแจ้ง
2. สำเนาทะเบียนบ้านหลังที่เกิดเหตุ
3. ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำเดือนล่าสุด
4. รูปถ่ายจุดเกิดเหตุ (ถ้ามี)

แล้วผมก็ไปที่ สน.บางนาครับ พอเปิดประตูเข้าไป
พบร้อยเวร และแจ้งให้ทราบถึงจุดประสงค์ที่มา

ท่านก็ตอบกลับมา
“เฮ้ย วันนี้ เกือบ 10 รายแล้วนะเนี่ย!!!” ผมคิดในใจว่า
“ถ้าทั้งหมดเกิดจาก”ผู้เชี่ยวชาญ”รายเดียวกัน
มันจะรวบรวมไปทอดผ้าป่าสามัคคีเรอะ!!!”

ระหว่างลงบันทึกประจำวัน เจ้าหน้าที่กรุณา อธิบาย
ให้เราฟังว่า ไอ้พวกนี้ถอดมิเตอร์เราไปทั้งลูก
เพื่อไปแกะเอาเฉพาะทองเหลืองชิ้นเล็กๆ ที่อยู่ภายใน
ไปขาย มูลค่าที่เอาไปขายได้ อยู่ที่ 100-200 บาท
(ค่าขอมิเตอร์ใหม่ อยู่ที่ พันกว่าบาท ต่อตัว)
ตำรวจสันนิษฐาน ว่าเป็นพวกติดยา
มากระทำการตอนฝนตก (เมื่อหัวค่ำฝนตกหนัก)
แล้วก็บอกเราว่า ถ้าเจอพวกซาเล้ง มอเตอร์ไซต์
รถยนต์ ที่ไม่คุ้น ขับวนแถวบ้านบ่อยๆหรือจอดแช่
ผิดสังเกตให้โทรแจ้งตำรวจได้ เพื่อเป็นการป้องปราม
ไม่ต้องเกรงใจตำรวจว่าเรื่องยังไม่เกิด :)

เสร็จเรื่องที่ สน. ผมก็กลับบ้าน
จากนั้นก็โทรแจ้ง ประปา เพื่อเชื่อต่อชั่วคราว
วันรุ่งขึ้นก็ไปยื่นคำร้องขอมิเตอร์ใหม่
และในวันต่อมา ทางประปาก็มาติดตั้ง
มิเตอร์ใหม่ให้ รวดเร็วทันใจจริงๆ

อ่อ ทุกอย่างที่บอกมา ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆนะครับ

เล่าซะยาว แค่อยากบอกเล่าให้รู้กันไว้ เผื่อมี
ใครที่รู้จักโดน หรือมาถามจะได้บอกได้
สำหรับท่านใดที่อยากซึมซับกับ
บรรยากาศจริงๆ ความรู้สึกจริงๆ ให้มากกว่านี้

ขอให้โดนกันถ้วนหน้าครับ ฮาาาาาาาา :D

img642_s.jpg

img676_s.jpg

เมื่อก้องต้องฝากท้อง

คือ … แบบ … เอ่อ …
ท้องนี้ยังหาแม่เด็กไม่ได้ครับ
( หาได้แต่พ่อเด็ก!!! … ฮาา
มะช่ายกาเทย :D )

จริงๆคือ ไปกินข้าวมาครับ
บนทางด่วนเลยล่ะ (หิวมากๆ)
สถานที่คือ ปั๊ม ปตท.ระหว่างทางออกสุขุมวิท 62
กับทางออกบางนา-ตราด

หลังจากผจญชีวิตท่ามกลางการจราจรอันติดขัด
อยู่นาน ตั้งแต่เช้ายังไม่มีผู้ชายตกถึงท้อง !!
มะช่ายละ ยังไม่มีข้าวตกถึงท้อง
มีแต่ฟุตลอง กะน้ำอัดลม กว่าธุระทั้งหมดของวัน
จะเสร็จ และผ่านช่วงรถติดทั้งหลายมาได้
ก็ปาเข้าไปสองทุ่มเศษ หิวแค่ไหนไม่ต้องพูดถึง
เพราะมีเสียงท้องร้อง บอกแทนเป็นระยะ

ขับรถผ่านมาเห็นป้าย “จุดพักรถ”
ใจไปไวกว่าสมอง และ
สองมือบังคับพวงมาลัยเข้าไปทันทีครับ
จอดรถเรียบร้อย ก็เลือกร้าน
มีให้เลือกทั้ง S&P, โอมาอิชิ, Andaman
Restuarant, เชสเตอร์กริล, คอฟฟี่อเมซอน,
และอื่นๆ รวมทั้ง 7-11

วันนี้ผมเลือกเข้าร้านอาหารจีนครับ
(ไม่ค่อยเหมาะกับหน้าตาโซนยุโรปของผม
เท่าไหร่เลยเนอะ อิอิ)
เป็นร้านอาหารจีนชื่อ ” Hong Kong Fook Mun “
บรรยากาศโล่งๆ โปร่งๆ
อาหารถูกจัดไว้เป็นเซ็ตเพื่อความรวดเร็ว
ผมเลือกทาน บะหมี่ผัดซีอิ้ว , บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง,
สาคูแตงโม ชาร้อน
เสริมด้วยฮะเก๋าและ ซี่โครงหมูนึ่งครับ

รสชาดอาหารก็อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ครับ
ไม่ได้เด่นมากจนต้องขึ้นทางด่วน
มากินโดยเฉพาะ แต่ก็โอเคครับ

นั่งกินได้ไม่นาน ร้านใกล้ปิดครับ (ปิด 3 ทุ่ม)
กินอิ่มเรียบร้อย เช็คลมเต็มน้ำมันเรียบร้อย
โอเค กลับบ้าน !!!

หมดไปอีก 1 วัน ขอขอบคุณ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เอื้อเฟื้อสถานที่
คงจะได้ฝากท้องกันอีกหลายทีล่ะ :)

img660_s.jpg

img627_s.jpg

img617_s.jpg

img621_s.jpg

img620_s.jpg

img622_s.jpg

img625_s.jpg

ฤ กองทัพเป็ด จะครองโลก

หัวข้อในวันนี้ ไม่เกี่ยวกับ กองทัพ ทหาร
จานบิน หรือสัตว์ประหลาด แต่ประการใด

คือผมเคยได้ยินเสียงบ่น เชิงตัดพ้อ
หลายครั้งหลายหน ในรั้วมหาลัย ว่า
” ที่นี่ สอนให้เราเป็นเป็ดอ่ะ จะบินก็ไม่ได้
ว่ายน้ำก็ไม่ดี มันไม่เก่งซักทาง จบออกไป
จะไปทำไรได้ “

จริงครับ เห็นด้วยตามนั้น ว่าถ้าเป็นเป็ดธรรมดา
ก็คงไม่พ้น รอวันโดนเชือด ไปแปรรูปเป็น
เป็ดพะโล้ Four Seasons เท่านั้น

จะรอดในสมัยนี้ต้องมี “ของ” ครับ
จะเป็นเป็ดก็ต้องเป็น “เป็ดกลายพันธ์” ครับ
จะ Mutant Duck, Fantastic Duck
หรือ Super Duck ก็สุดแท้แต่ครับ :D

จะมีอะไรที่เข้าใจได้ทั้งการว่ายน้ำของปลา
และการกระพือปีกของนกอีกล่ะครับ
ก็มีแต่เราชาวเป็ดนี่ล่ะ :D

เรื่องการสอนให้เป็นเป็ด ผมกลับมองว่าดีนะ
เพราะทุกอย่างสำคัญที่พื้นฐานครับ
เมื่อมีพื้นฐานที่ดี แถมมีหลายด้านซะด้วย
จะต่อยอดหรือประยุกต์ใช้ก็คงไม่ยาก งานนี้
เริ่มที่เป็ด แต่อาจจบที่มังกรก็ได้ใครจะรู้ !!!

” ที่นี่ สอนให้เราเป็นเป็ดอ่ะ ทั้งฝึกให้เราบิน
ทั้งสอนให้เราว่ายน้ำ ถึงวันนี้จะยังไม่เก่งซักอย่าง
แต่คอยดูเถอะ ซักวันจะเหาะไปร้องก๊าบๆ
สลับกับพ่นไฟ ให้ทั่วเมืองเลย อิอิ “

ducgon.jpg

เรื่องใหญ่ในวัยเยาว์

“ปีหนึ่ง ฟังคำเรียกแถว
แถวตอนเรียงห้า ปฏิบัติ”

“เฮ้ 1 .. 2 ..”
“เสร็จรึยัง”
“6 .. 7 .. 8 ..”
“เร็วๆหน่อย” “จะนับกันไปถึงไหน”
” … 11 เสร็จแล้วครับ”

ผมกำลังชวนทุกท่านนึกถึงวันเก่าๆนิดหน่อยครับ
หวังว่าจะย้อนกลับไปกันไม่นาน :D

กิจกรรมที่ถือว่าเป็นภาระอันยิ่งใหญ่
ของผม (ในตอนนั้น) คือการประชุมเชียร์ครับ

เป็นหนึ่งในกิจกรรมรับน้องใหม่
ที่ต้องเตรียมตัวกันตั้งแต่ยังไม่ประกาศผล
เอ็นทร้านซ์กันเลยทีเดียว
กว่า 1 เดือนของกิจกรรม (ในปีที่ผมเรียน
ปัจจุบันทราบว่าลดเหลือเพียง 1 สัปดาห์)
ทุกคนจะต้องร่วมพูดคุย แก้ปัญหาตลอดเวลา

บางเหตุการณ์ถูกหยิบยกมาเป็น
ประเด็นร้อนประจำวัน แล้วแต่ว่าเรื่องไหนจะ
ขัดกับหลัก “นักศึกษาไทย ในอุดมคติ”
มากกว่ากัน เป็นหลักคิด ที่ตั้งใจจะปลูกฝังให้แก่
น้องๆ ผ่านน้ำเสียงที่ดูกระด้าง
ภาษาที่ใช้ ไม่ได้ผ่านการขัดเกลาหรือปรับแต่ง
ให้สุภาพมากนัก แทรกด้วยคำประชดประชัน
และการออกคำสั่งให้ออกกำลังกาย
เล็กๆน้อยๆ (แต่บ่อยๆ) ในบางครั้ง
โดยยึดการใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์

แล้ววันสุดท้ายก็มาถึง เป็นอย่างนี้ทุกปีครับ
เมื่อเพลง”วิญญาณ” ถูกขับร้อง
จากน้องๆนักศึกษาชั้นปีที่ 1
กับการตอบรับจาก รุ่นพี่ในปีอ่ืนๆ ที่ยืนล้อมรอบน้องๆ
ด้วยความเต็มใจ … แล้วทุกอย่างก็สิ้นสุดลง
เป็นการต้อนรับ นักศึกษาใหม่อย่างเป็นทางการ

เรื่องใหญ่ในวันนั้น
เมื่อมองย้อนกลับไปในวันนี้
วันที่หลายฝ่ายถามถึงความถูกต้องและเหมาะสม
ถึงเรื่องมันอาจจะไม่ใหญ่เท่าเก่า
แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ยินดีจะบอกเล่า
อย่างไม่มีวันลืมเลยทีเดียว

“ปีหนึ่ง ฟังคำเรียกแถว
แถวตอนเรียงห้า ปฏิบัติ”

“เฮ้ 1 .. 2 .. .. 11 เสร็จแล้วครับ”

ประโยคที่คุ้นหู กับเสียงร้องที่คุ้นเคย
ไม่แน่นะ..ปีหน้า…เราอาจจะได้ยินมัน อีกครั้งก็ได้

img578_s.jpg

img577_s.jpg

เพื่อน เพลง

ผมเกี่ยวข้องกับดนตรีในสองบทบาท
คือเป็นผู้เล่นบ้างในบางครั้ง แต่หลักๆ
หนักไปทางเป็นผู้ฟัง

ผมฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก
เริ่มฟังตั้งแต่ยุคพี่แจ้ น้าแอ๊ด ไล่มาถึงป้าเบิร์ด !!!

บ่อยครั้งที่รู้สึกได้ถึงอารมณ์เพลง ผ่านจังหวะดนตรี
หลายครั้งที่เข้าใจในเนื้อหา
ที่สะท้อนออกมาผ่านเนื้อเพลง
และทั้งหมดนั่นทำให้ผมยกให้เพลงเป็น”เพื่อน”
เพราะเพื่อนอย่าง”เพลง” ทำให้ผมสนุก ยิ้ม เหงา
ได้ข้อคิด หรือเข้าใจชีวิต อย่างเป็นกันเอง
ในเวลาไม่นาน
( โดยเฉลี่ยประมาณ 3 นาที :) )

ทั้งหมดที่เล่ามา มันเริ่มต้นจาก
ผมเพิ่งไปดูคอนเสิร์ทมาครับ
หลายวันแล้วล่ะ
“เหตุเกิดที่เฉลียง ดนตรีบำบัด ถาปัดจัด เฉลียงโชว์”

เพลงเฉลียง ก็เป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่ฟังมานาน(มาก)
ได้ข้อคิด และเข้าใจชีวิตมากมาย
จากปลายปากกาของทุกคนบนเฉลียง รวมถึง
พี่จิก-ประภาส ผู้อยู่เบื้องหลัง

คารวะทุกท่านงามๆที่บรรทัดนี้ครับ
ขอบคุณที่แนะนำเพื่อนที่ดีให้ชีวิตผม


เพื่อนใหม่ แนะนำให้ฟัง จากเฉลียงครับ
เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ

img556_s.jpg

chaliang_concert.jpg

img558_s.jpg

« Newer entries · Older entries »