Crazy Blah Blah

Let's Talkin Silly, Crazy and Blah Blah Blah … ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||| ///////////////////////////////////////

ไม่รู้จักรถ ไม่รู้จักเรือ

เดือนตุลาคม คืนหนึ่งในกรุงเทพ
ราว สองทุ่มเศษ ผมได้รับข่าวจากน้องสาว
โทรมาแจ้งให้ทราบว่า ที่บ้าน ฝนตกหนักมาก
ซอยที่ใช้เป็นเส้นทางหลักในการเข้าบ้าน
มีน้ำท่วมสูงกว่าฟุตบาท อืมม ….
ผมเริ่มคิด …คืนนี้ จะขับรถเข้าบ้านทางไหนดี

ผมขับรถกลับบ้าน โดยใช้ทางด่วน
จากด่านเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าสู่บางนา
โดยปกติแล้ว ผมจะเลือกลงที่ด่าน สุขุมวิท 62
แต่คืนนี้ ถ้าถนนเข้าบ้านท่วม สุขุมวิทแถวๆบ้าน
น่าจะท่วมด้วยแน่ๆ ผมจึงตัดสินใจขับรถต่อไป
เพื่อลงด่านบางนา โดยวางแผนไว้ว่า จะเลี้ยวรถ
เข้าสุขุมวิท 103 เพื่อเข้าซอยบ้านทางด้านหลัง
ซึ่งเป็นถนนทำไหม่ ที่มีความสูงกว่าถนนหลัก
คิดต่ออีกนิด … ถ้าเจอน้ำท่วมสูงมาก ก็จอดรถ
ไว้แถวๆนั้น ซึ่งใกล้ซอยบ้านพอสมควร
และเดินลุยน้ำเข้าบ้าน
แล้วรุ่งเช้า เมื่อระดับน้ำลดลง จึงไปขับเข้าบ้าน

โอเค ทั้งเส้นทาง และแผนสำรอง พร้อม
ผมจึงขับไปตามเส้นทาง บางนามุ่งหน้าพระโขนง
ผมก็เจอสิ่งที่ไม่คาดคิดอย่างที่หนึ่ง
น้ำท่วมถนนสุขุมวิท ทันทีที่สุดเขตทางด่วน !!
น้ำท่วมในความสูงประมาณ เกือบครึ่งหน้าแข้ง
แต่นั่นยังไม่ใช่ปัญหา เพราะมีไหล่ทางให้สามารถ
ขับรถหลบได้ ใจผมยังคิดว่า เด๋วถ้ายังไง คงดีขึ้น
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านๆมา …

ผมขับรถไปเรื่อยๆ ไปจนถึงปากซอย สุขุมวิท 103
หรือซอยอุดมสุข ซอยนี้ในความคิดผม สูงกว่าซอย
บ้านผมพอสมควร และในความทรงจำ ไม่เคยมีเรื่อง
น้ำท่วมซอยนี้มาก่อน เมื่อเห็นไฟเขียว ผมจึงทำการ
เลี้ยวรถเข้าไปทันทีครับ

และแล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ระดับน้ำที่บริเวณปากซอยอุดมสุข สูงกว่าที่ผม
วิ่งผ่านมาเมื่อสักครู่เสียอีก สูงแบบที่ ถ้าเปิดประตูละก็
ได้ท่วมรถ เปียกพรม รวมถึงกล่องวงจรไฟฟ้า
อืมม ไม่อยากคิด

ผมมีโอกาสเร่งเครื่องอีกไม่เกิน 2 นาที หลังจากเลี้ยว
เข้ามาในซอยนี้ จากนั้น ผมเดาเอาว่า
ท่อไอเสียของผมคงจมน้ำแบบสมบูรณ์ เนื่องจาก
พยายามเร่งเครื่องอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีการตอบสนอง
เหมือนอย่างเคย โอ้ว… รถเก๋งโตโยต้าของผม
ได้เปลี่ยนร่างเป็นเรือสำราญไปซะแล้ว
ผมตัดสินใจดับเครื่องเนื่องจากกลัวว่าน้ำจะเข้าย้อน
ทางท่อไอเสีย และทำให้เครื่องเสียหาย (คิดเอาเอง)
ขณะนั้นผมอยู่กลางถนน ระดับน้ำสูงสุดอยู่ประมาณ
คานกึ่งกลางประตูคนขับ (ถ้าน้ำนิ่งๆ คงอยู่ราวขอบล่าง
แต่เกิดคลื่นจากที่รถวิ่ง) ผมไม่สามารถเปิดประตูลงไป
เข็นรถตัวเองเข้าข้างทางได้ เดชะบุญมีรถตู้คันนึง
เกิดเหตุคล้ายๆกัน และมีคนกำลังเข็นรถอยู่ในเลนซ้าย
“พี่ครับ ช่วยเข็นรถผมเข้าข้างทางให้หน่อยครับ
ผมเปิดประตูลงไปเข็นเองไม่ได้”
รอดไปอย่างหวุดหวิด🙂

จากนั้น ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติค
ล่องเรือสำราญโคโรลล่าสีดำ รายล้อมไปด้วยตึกราม
สีสันยามค่ำคืน แบบที่น้อยคนนักจะสัมผัสได้ในกรุงเทพ
เสียงน้ำกระทบใต้ท้องเรือ เสียงคลื่นซัดเข้าหารอบทิศ

ผมตัดสินใจโทรหาตัวช่วยทันทีครับ
บังเอิญว่ามีเบอร์ช่างที่ดูแลรถผมอยู่ และทราบว่าวันนี้
พี่เค้าอยู่แถบๆนั้น “พี่อยู่ไหนครับ รถผมเจอน้ำท่วม
มิดท่อเลย ดับอยู่แถวอุดมสุข” “ผมอยู่รามอินทราพี่
แต่ลูกน้องยังอยู่แถวนั้น รอแป๊บบ เด๋วจัดห้ายยยย”

ผมซึมซับบรรยากาศกลางน้ำอยู่ราว 30 นาที
ฮีโร่ของผมก็มาถึง ลูกน้องของช่าง มาพร้อมกับ
รถกระบะ และสายลากจูง มาถึงก็ทำการติดตั้งสายลาก
แบบฉุกเฉิน (ทำจากสายไฟเส้นใหญ่ๆนั่นเอง)
แล้วก็เริ่มลากรถผม ประหนึ่งลาก Banana Boat
ยิ่งลากเดินหน้า ผมยิ่งรู้ว่า การคาดการของผมถูก
เพียงครึ่งเดียว ถนนอุดมสุข สูงกว่า ซอย 101/1
บ้านผม จริง แต่ต้องเข้าซอยไปมากกว่า 700 เมตร
เพราะเมื่อผมเดินหน้า น้ำก็ยิ่งสูงขึ้น หรือจะเรียกว่า
ถนนยิ่งต่ำลงก็ได้ คือถ้าผมรอดจากปากซอยตรงนั้น
ก็คงไม่รอด ในอีก 100 เมตรถัดมาแน่ๆ
อย่างไรเสีย เก๋งซีดานก็ต้องเป็นเรือสำราญ อยู่ดี

หลังจากลากเรือเข้าเก็บในบ้านเรียบร้อย
ด้วยความสนิทสนมและเปนกันเองของช่าง
วันรุ่งขึ้นจึงมาบริการให้ผมด้วยตนเอง
แบบ on site service เลยทีเดียว
ผลของการแปลงร่างในวันนั้น
ระบบไฟเสียหายเล็กน้อย กล่องควบคุมไฟฟ้า
ทำการตัดระบบไป และไม่ชาร์ตประจุเข้าตามปกติ
ทำให้แบตตารี่เหลือไฟไม่เกิน 5% ซึี่งไม่พอ
สำหรับติดเครื่องตามปกติ
หม้อน้ำ มีรอยปริ ที่เกิดจากโลหะร้อน(ขณะรถวิ่ง)
เข้าประทะกับความเย็น (น้ำที่ท่วมสูง) แบบฉับพลัน
นี่ยังไม่นับรวม เศษผักเศษหญ้า ที่ติดมากับใต้ท้องรถ
อีกเพียบบบบ บวกกับน้ำที่ดื่มด่ำเมื่อคืน ตามเข้ามา
เป็นที่ระลึกอีกเต็มท่อไอเสีย งานนี้โดนไปเต็มๆ
นี่ยังโชคดีนะครับ ที่ระบบไฟฟาไม่ช๊อต …

อ่ะ เล่ามาซะนาน เราได้อะไรจากงานนี้มั่งละเนี่ย
ก่อนอื่นเลย เราควรจะศึกษาเส้นทางต่างๆที่จำเป็น
เผื่อเอาไว้หลบเลี่ยง ในสถานการณ์ต่างๆ
และถ้าเกิดเหตุการที่จำเป็นต้องวิ่งลุยน้ำ
ข้อแรก ก่อนจะวิ่งลงน้ำในระดับสูง ให้ปิดแอร์วิ่ง
เพราะมอเตอร์+สายพานแอร์ จะอยู่บริเวณล่างสุด
(โดยเฉพาะรถเก๋งญี่ปุ่น) อาจโดนน้ำ และเสียหาย
ลามไปถึงระบบไฟอื่นๆได้

ถ้าวิ่งลุยน้ำในระดับสูง ต้องระวังอย่าให้น้ำเข้าใน
ห้องโดยสาร เพราะกล่องควบคุม จะอยู่ใกล้ๆพื้นรถ
เด๋วช๊อต และถ้ารถดับอยู่กลางน้ำไปต่อไม่ได้แน่ๆ
ให้เปิดหน้าต่างไว้ สำหรับกระจกไฟฟ้า แล้ว
บิดกุญแจ ปิดสวิต เพื่อตัดไฟจากกล่องควบคุม
ป้องกันไฟช๊อต

และที่สำคัญสุด มีสติ และรีบโทรหาฮีโร่ของท่านด่วน!

1 ความเห็น»

  memee wrote @

ทีหลังบอกนะ จะได้ส่งเรือรบไปช่วย 555


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: